Bonjour!!!…ฝรั่งเศส(วันที่ 4)

          เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยความคึกคักกว่าทุกครั้ง ก็จะไม่ให้คึกได้อย่างไรเล่าในเมื่อวันนี้เรากำลังจะเดินทางเข้าสู่มหานครปารีส(กรุณาออกเสียง “แพ้รีสสสส”ให้ดูเริ่ด..!) นครแห่งแฟชั่น  แหล่งช้อปปิ้งที่สาว ๆ หลายล้านคนทั่วโลกฝันถึง รวมทั้งสาว ๆ หลายคนในคณะของเราที่เตรียมพร้อมจะเข้าคิวช้อป louis vuitton, Chanel กันคนละใบสองใบ แต่ที่สำคัญที่สุดพระราชวังแวร์ซายส์อันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 รอเราอยู่ข้างหน้า

IMG_2934

                                     ประตูชัยสัญลักษณ์ของฝรั่งเศสนอกเหนือจากหอไอเฟลที่แย่งกันถ่ายชนิดถ้าไม่ต้องการหัวคนต้องเสี่ยงไปยืนถ่ายกลางถนน

          กระเป๋าเดินทางของแต่ละคนถูกขนโดยรถโค้ชไปปารีสก่อนล่วงหน้าเพราะเราจะแยกไปถึงที่นั่นโดยรถไฟหัวกระสุน TGV(2nd Class) Train No.6612 ซึ่งเป็นขบวนใหญ่อันทรงพลังและเร็วที่สุดกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง รถไปส่งเราที่สถานีรถไฟที่ดูแล้วเหมือนหัวลำโพงบ้านเรา แต่โห!ขอโทษบริเวณด้านหน้าทางเข้าสถานีสกปรกมาก ก้นบุหรี่เกลื่อนไปหมดซึ่งอันนี้ยอมรับว่าคนฝรั่งเศสสูบบุหรี่กันหนักมากทั้งผู้หญิงผู้ชาย กลิ่นปัสสาวะก็ฉุนแตะจมูกจนเกือบทนไม่ไหว เดินไปไหนก็ไม่อิสระเสรียังคงต้องระวังหลังอยู่ตลอดเวลา รถไฟจะมาถึงเที่ยวเวลา 10.04 น. ว่าไปแล้วได้ขึ้นรถไฟความเร็วสูงยังไม่ถึงกับเป็นสิ่งแปลกใหม่หรือตื่นเต้นเท่าไรนักสำหรับพวกเรา เพราะมันก็คล้าย ๆ  BTS บ้านเราน่ะแหละเพียงแต่มันเร็วกว่าเยอะและอะไรที่ต้องเป็นระบบระเบียบก็ต้องทำตามเขาบ้าง อย่างตอนยืนรอรถจะไปยืนกระจัดกระจายคุยเป็นนกกระจอกแตกรังคงไม่ได้คุณต้องไปยืนเข้าคิวตรงชานชาลาล๊อคที่ 6 เพื่อเวลารถเข้าสถานีมันจะจอดตรงตู้เสบียงหมายเลข 2 ตามตั๋วพอดีเป๊ะ! แล้วพอขึ้นรถได้ก็ใช่ว่าจะจับจองที่นั่งได้ตามใจชอบ ต้องนั่งให้ตรงเลขด้วยค่ะพวกผู้หญิงส่วนใหญ่ได้นั่งเกือบเต็มตู้ 2 มีฝรั่ง(เศส)นั่งบ้างประปราย  แหม!ได้นั่งรถไฟความเร็วสูงเนี่ย! อืมมม!…มันนิ่ง  เงียบ  เร็วแสนสะดวกสบายเสียจริงเพลินจนเกือบงีบแต่กลัวพลาดวิวสวยด้านนอก ฝืนชมวิวทิวทัศน์ผ่านกระจกไปเรื่อย ๆ ซักพักมีความรู้สึกถึงเสียงจ้อกแจ้ก(เกือบสนั่น)จากที่นั่งด้านหน้า อ้อเหล่าสาว ๆ (พวกเรา)นั่นเอง คงเริ่มคุ้นกับบรรยากาศเลยคุยกันออกรส แต่สงสัยหนุ่มฝรั่งเศสนายหนึ่งคงไม่สนุกด้วย นั่นไง! เดินมาบอกพร้อมทำท่าภาษาใบ้ทำนองว่า “พูดเบา ๆ หน่อยคร้าบ its a หนวกหู มั่ก..มาก” นี่ก็คงเป็นวัฒนธรรมของสังคมยุโรปเกี่ยวกับการเคารพสิทธิส่วนบุคคล ดิชั้นก็เม้าท์มันแบบลืมตัวกับเขาเหมือนกันแต่พอเหลือบเห็นลุงฝรั่งแก่ ๆ มองตาเขียวปัดหุบปากแทบไม่ทัน อุบบบ! นั่งเพลินเผลอแป๊บเดียวจากลีญงถึงปารีสระยะทาง 600 กิโลเมตรใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง ขบวนรถไฟก็มาถึงสถานี Gare de lyon ณ กรุงปารีส เมื่อเวลา 12.07 น. เย้..! ถึงปารีสแล้ว อ้าวมีฝนปรอยแฮะ อากาศแบบนี้สายพันธุ์อีสานขนสั้นเกรียนอย่างดิชั้นไม่ชินค่ะ มันหนาวมากกกก(โคตร..!)

DSCN0616

บริเวณหน้าสถานีรถไฟ(เหมือนหัวลำโพงบ้านเรา)

DSCN0617

เดินเล่นรอเวลาไปเห็นป้ายที่มีสัญลักษณ์ประหลาด “อนุญาตให้รถ 4 ล้อหงายท้องได้” 5555  งงแทบตาย..!

DSCN0618

พอเหลือบมาเห็นด้านล่าง อ๋อ ที่สำหรับให้ล๊อคล้อมอเตอร์ไซค์ (มั้ง!?)

2TGV-POS[1]

หน้าตารถไฟความเร็วสูง TGV

DSCN0620

DSCN0621

สภาพบรรยากาศที่นั่งภายในมีโต๊ะกลาง พับได้

DSCN0624

ถึงปารีสแล้ว

          มื้อกลางวันวันนี้เลย late เอาเกือบบ่ายกลางวันนี้ตาลายเลยโซ่ย! เอ๊ยกินกับแบบลืมตาย กินเสร็จเขาบอกว่ามีสวนสาธารณะอยู่แถว ๆ ร้านอาหาร ระหว่างรอรถไปแวร์ซายส์พวกก็คว้าไปเดินสวน เดินย่อยอาหารกันไปถ่ายรูปไปทั้ง ๆ ที่หนาวสั่น… กำหนดการต่อไปคือเดินทางไปชมพระราชแวร์ซายส์ซึ่งมีประวัติอันน่าทึ่งยิ่งใหญ่และมีความสวยงามที่สุดในโลก การเดินทางต้องนั่งรถออกมานอกเมืองประมาณครึ่งชั่วโมง พอรถผ่านถนนทางเข้าสู่บริเวณพระราชวังสองข้างทางเริ่มครึ้มด้วยต้นไม้ใหญ่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอร่ามส้มเจิดจ้าไปทั่ว แล้วจู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกลอย ๆ โดยไม่รู้ตัว โอ..นี่เรากำลังจะเข้าไปอยู่ในประวัติศาสตร์สถานที่ที่เคยเป็นยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระนางมารี อังตัวเน็ต สมัยเจ้าพระยาโกษาปานได้มาเจริญสัมพันธไมตรีจริง ๆ หรือนี่  ผู้นำชมและเล่าประวัติเป็นคนไทย “คุณภาวิณี” ที่ตั้งรกรากและมีครอบครัวอยู่ปารีสมาเกือบ 30 ปี แต่การนำชมคงไม่สามารถชมได้หมดทุกห้องไม่งั้นคงใช้เวลาเป็นวัน เลยเลือกชมเฉพาะห้องที่มีความสำคัญเท่านั้น อย่างห้องอพอลโล  ห้องนโปเลียน  ห้องบรรทมของราชินี  ห้องสงคราม และห้องสันติภาพ ทุกอย่างยังคงอนุรักษ์และรักษาไว้ให้คงสภาพเดิมเป็นอย่างดี

IMG_2912

IMG_2917

ก่อนเข้าแวร์ซายส์ทานกลางวันเสร็จก็ออกมาเดินเล่นในปาร์คใกล้ลูฟว์(หนาวจริง ๆ)

IMG_2935

IMG_2937

จะเข้าแวร์ซายส์

IMG_2990

IMG_2970

IMG_2962

คุณภาวิณีกำลังเล่าประวัติแต่ละห้องให้ฟัง

IMG_2955

ห้องโถงกระจกที่ทูตสยามเคยเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

IMG_2950

          IMG_2946

 แชนเดอร์เลียของเดิมยังถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี

IMG_2943

IMG_2944

เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่เป็นของเก่าของแท้ยังคงอยู่

          จากการฟังประวัติและซึบซับบรรยากาศภายในทำให้มองเห็นถึงความแตกต่างทางชนชั้นมากมาย คนในล้วนมีแต่ความสุขสบายทุกสิ่งอย่างเสื้อผ้าอาภรณ์ประดับประดาด้วยเพชรนิลจินดา ในขณะที่คนนอกถูกรีดนาทาเร้น อดอยากผจญกับโรคระบาด การใช้ชีวิตของราชวงศ์ชั้นสูงหรือเหล่าขุนนางก็ออกจะประหลาด ใครจะคิดว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งมีความสูงเพียง 160 ซ.ม.พระเกษาสีน้ำตาลอ่อน เสวยพระกระยาหารค่ำตอน 3 ทุ่ม บรรทม 5 ทุ่ม จะไม่ยอมสรงน้ำ ไม่แปรงพระทนต์เพราะเกรงว่าจะติดเชื้อไวรัสซึ่งต่อมาทรงเป็นเหาจนต้องหาวิกมาสวม เวลาปวดหนักเบาจะจัดสถานที่ไว้ในห้องบรรทมนั่นเอง ทรงใส่รองพระบาทแบบมีส้นหรือส้นสูง เวลาจะตื่นก็ต้องทำพิธีตื่นจากบรรทม และเชื่อหรือไม่ว่าพระองค์สิ้นพระชนม์เพราะพระเศียรไปชนกระแทกกับขอบเตียง ส่วนพระนางมารี อังตัวเน็ต(ตอนหลังได้ยินใครก็ไม่รู้พูดแว่วมาจากท้ายรถว่าพระนางมารี อินเตอร์เน็ต เฟสบุ๊ค ดอทคอม เฉย..!) ห้องบรรทม ห้องคลอด ห้องสิ้นพระชนม์ของพระนางเป็นห้องเดียวกัน  

IMG_2982

IMG_2977

ก่อนออกจากพระราชวังเก็บภาพสวนด้านหน้าไว้เป็นที่ระลึก

         เย็นย่ำแล้ว คณะชาวไทยจำต้องเดินออกจากพระราชวังแวร์ซายน์ แต่การจากไปเป็นไปอย่างอ้อยอิ่ง…อ้อยสร้อย…ประทับใจนะแม้จะรู้สึกสะเทือนใจหดหู่บ้างกับบางท่อนบางตอนของประวัติศาสตร์ มื้อค่ำนี้ได้กินอาหารพื้นเมือง และเข้าพักที่โรงแรม Mercure Le Defense 5 พรุ่งนี้มีนัดกันที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส คืนนี้  “Bonne nuit” (บอน นุย)ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: