Bonjour!!…ฝรั่งเศส (วันที่ 2)

          วันที่ 2

          :  NICE  (นีซ)

          คืนก่อนทีมงานให้โค้ทตื่นวันรุ่งขึ้นที่เวลา  6  7  8  ซึ่งสำหรับดิชั้นต้องเช้าหรือเร็วกว่านั้น 1 ชั่วโมง คือ 5  6  7  นั่นเพราะแก่แล้วหลายสิ่งต้องใช้เวลานานกว่าคนหนุ่มคนสาว การเผื่อเวลาเลยทำให้เหล่าป้า ๆ ทำเวลาได้เป๊ะไม่ต้องให้ตาม ไม่ต้องให้ใครรอ วันนี้สวมกระโปรงให้ดูเป็นการเป็นงานเพราะต้องเข้าไปดูงานศูนย์การเรียนรู้ของเขาที่  Maison de l’Environnement  และเดินทางต่อไปยัง มอนติคาร์โล เข้าไปดูพระราชวังของราชวงศ์โมนาโคและมหาวิหารที่เก็บพระศพของเจ้าหญิงเกรซ  รวมทั้งคาสิโนและแน่นอนสถานที่เหล่านี้โดยเฉพาะคาสิโนต้องสวมกระโปรง ผู้ชายต้องใส่สูท

เช้านี้คอชิมชวนเที่ยวอย่างเราอยากรู้ที่สุดว่าอาหารมื้อแรกของโรงแรมนี้หน้าตาเป็นอย่างไร อ้า..อาหารเช้าหลักคือ ขนมปังชนิดต่าง ๆ อย่างครัวซองต์ พูดถึงครัวซองต์ขอบอกว่าที่นี่อร่อยมว้ากกก!ที่สุดในสามโลกคือ เนื้อสัมผัสเหมือนพายผสมขนมปัง กรอบนอกนุ่มใน มีขนมปังกระโหลกกลม ๆ ขนมปังแท่งยาว ๆ แข็ง ๆ เคียงคู่กับชีสสารพัดแบบทั้งแบบกลม แท่ง แผ่น จะเอาแบบมีราขาว ๆ ข้างบนหรือห่อหุ้มด้วยพลาสติกก็ได้  ชีสที่ว่าเหม็นก็ยังอร่อย  คนไม่กินชีสจำใจต้องกินก็คราวนี้

ความสุขของเพื่อนฉัน คนชอบชีสสสส….

ที่ขาดไม่ได้คือ เซลามี่ แฮม(ที่แผ่นใหญ่มาก ๆ) เบคอน(ทอดแบบเกรียม ๆ) ไส้กรอก(เนื้อแน่น ๆ) แต่ไข่กวนของเขามันกวนจนนัวจริง ๆ เลยค่ะ แถมใส่ชีสด้วยมันออกแหยะ ๆ เละ ๆ มีกลิ่นชีสแทรก ดิชั้นไม่ชอบเลย ดีนะที่มีไข่ต้มเป็นตัวเลือก อีกด้านหนึ่งมีชามโยเกิร์ตแบบ home made ทำเองรสธรรมชาติชามเบ้อเร่อตั้งคู่กับฟรุ๊ตสลัดแค่แลดูก็รู้สึกได้ว่าสุขภาพดีขึ้นเป็นกองโดยอัตโนมัติ 555  อันนี้ดิชั้นชอบเพราะมันไม่มีน้ำตาลและรสชาติออกข้น มัน ใครไม่ชอบแบบธรรมชาติก็มีแบบกล่องที่ผสมเนื้อผลไม้คล้าย ๆ ยี่ห้อ Activia เรียงไว้เป็นกระตักให้อีกด้วย ที่นี่ช่วงนี้ไม่มีสลัดผัก  ส่วนผลไม้สดเป็นแอ๊ปเปิ้ล ลูกแพร์ กีวี (ผลไม้พื้นเมือง) หรือกล้วยหอมแต่ไม่ทุกวัน คงหายาก  โรงแรมจะเสริมลูกพรุนเชื่อมกับผลแอปริคอทแห้งไว้บางจุดซึ่งอร่อยดี เครื่องดื่มเป็นน้ำผลไม้มีทั้งส้มซันควิกกับส้มเกรฟฟรุ๊ตแบบใส่โถหรือจะคั้นเองก็ได้ ชา กาแฟ นมสดร้อน ๆ ใส่กาให้ทุกวัน อาหารเช้าแบบนี้จะมีบริการเหมือนกันแทบทุกโรงแรม

       

 โยเกิร์ต home madeกับฟรุ๊ตสลัด

 

: Maison de l’Environnement (บ้านการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม)

          พูดถึง Maison de l’Environnement หรือบ้านการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม หรือถ้าเป็นบ้านเราก็คือ ศูนย์การเรียนรู้(เศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง) คณะเราได้รับการต้อนรับจับมือ  Bonjour, ทั้ง monsieur รองนายกเทศมนตรีของเมือง และ madame เจ้าหน้าที่คุณแม่รี่ ทักทายกันเป็นภาษาฝรั่งเศส  Commnet allez-vous? อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง  จากการฟังบรรยายสรุปทราบว่า บ้านนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2006 ภายใต้การบริหารจัดการของคุณ Christian Estrosi ตำแหน่ง Ministre charge’ de l’lndustrie  Maire de Nice  Pre’sident de Nice Cote d’Azur

                                               

 

ที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม โดยเน้นเป้าหมายให้ความสำคัญไปที่เด็ก ๆ ในฐานะอนาคตของนีซ ซึ่งเด็ก ๆ จะต้องเรียนรู้ในการเตรียมตัวเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในปัจจุบัน พวกเขาต้องรู้ว่าโลกทุกวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แผ่นดินไหว น้ำท่วมเกิดจากอะไร หรือทำไมต้องทำชีสในเดือนมกราคม พร้อมเสริมกิจกรรมภาคปฏิบัติต่าง ๆ เช่น ขั้นตอนการทำน้ำผึ้ง การอนุรักษ์ผึ้ง การทำขนมปัง เค้ก การปลูกพืชผักสวนครัวจำพวกผักตามฤดูกาล เช่น มะเขือเทศ มีการรณรงค์ใช้สารเคมีให้น้อยที่สุดด้วยวิธี “ชีวภาพ” หรืออาศัยแมลงในการกำจัดศัตรูพืช โดยใช้อาคารบ้านเรียนรู้หลังนี้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการ แหล่งข้อมูลข่าวสาร เป็นศูนย์รวมสำหรับพบปะพูดคุยกัน ซึ่งทุกคืนวันศุกร์ประชาชนและผู้ปกครองในพื้นที่รวมทั้งอาสาสมัครต่าง ๆ ที่สนใจในเรื่องเดียวกันจะมารวมตัวกัน

 ฟังบรรยายสรุป

 

                                                                   

ชั้นบนทำเป็นห้องนิทรรศการและแสดงวิธีการเลี้ยงผึ้งซึ่งที่นี่จะให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ผึ้งอย่างมาก

ภาพกิจกรรมของเด็ก ๆ ที่ผ่านมา

                                                                    

ช่วงฤดูร้อนเด็ก ๆ จะสนุกกับกิจกรรมทำขนมปัง home made

 

 

กำลังเรียนรู้กับการทำน้ำมันหอมระเหยของพืชสมุนไพร

              

 

 

รู้จักการปลูกพืชผักสวนครัว

รูปประกอบบางส่วนโหลดจากเว็ปไซต์ www.nice.fr

 มีแนวทางปฏิบัติกันว่าวันพุธจะเป็นวันหยุดให้เด็ก ๆ มาทำกิจกรรมสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ทั้งนี้ ภายใน 1 ปีจะมีกิจกรรมทั้งหมด 4 ครั้ง มีคำถามว่าในการพูดคุยกันทุกวันศุกร์หากกลุ่มมีปัญหาจะนำปัญหานี้ไปนำเสนอหน่วยงานใด และมีวิธีจัดการกับปัญหาอย่างไร พอเขาได้ยินคำถามก็ทำท่างง ๆ แต่พอเราได้รับคำตอบก็เป็นที่น่าชื่นชมมากจนอดเปรียบเทียบกับชุมชนบ้านเราไม่ได้เนื่องจากของเขามีอาสาสมัครที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ร่วมด้วยทุกครั้ง ชุมชนจึงแทบจะไม่ม่ีปัญหาอะไรเลย แต่จะ advanced คุยกันถึงขั้นทำสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีกในเชิงบวก แล้วจะมีคนระดับผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตลอด(อย่าถามถึงค่าตอบแทนที่มานี้อาสาสมัครมาทั้งสิ้น)  

 วันนี้วันพุธผู้ปกครองพาเด็กเล็ก ๆ มาทำกิจกรรมพอดี

 ชอบวิธีการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมของเขาอีกอย่างหนึ่งคือ ให้ส่งแนวคิดหรือวิสัยทัศน์ถึงวิธีการจัดการหรือรักษาสิ่งแวดล้อมมายังบ้านฯ หากแนวความคิดไหนได้รับความสนใจก็จะได้รับเลือกจากศาลาว่าการฯ (เทศบาลเราน่าจะสอดแทรกวิธีการนี้บ้างท่าจะดี)  อย่างไรก็ตามถ้าเขามีปัญหาที่เป็นหัวข้อสำคัญเขาก็จะนำขึ้นสู่ศาลาว่าการฯ หรือ worldwide ไปแก้กันในระดับ ริโอ เดอจาเนโร กันเลยทีเดียว เฮ้อ..! เป็นบ้านเราก็แก้กันเองต่อไปนะคะ

           : การจัดการขยะ

          เมืองนีซ มีจำนวนประชากรประมาณ 400,000 คน มีปริมาณขยะจำนวนประมาณ 800 ตัน/ปี กำจัดขยะโดยวิธีเผาที่เหลือฝังกลบเนื่องจากคนของเขาแยกขยะกันมาแล้วตั้งแต่ในบ้าน เหล่าบรรดาขยะอินทรีย์ก็คล้ายบ้านเราคือ แยกไปทำปุ๋ย ทุกวันพุธจะเป็นวันรวบรวมขยะ ถังขยะจะแยกตามสี สีฟ้าใช้ใส่ขยะจำพวกกระดาษ  สีเขียวจำพวกแก้ว ผ่านไปทั่วเมืองมองไม่เห็นถังขยะแบบบ้านเราที่ชอบตั้งไว้ตามหน้าบ้าน หรือจุดใดจุดหนึ่งในตรอกซอยเหมือนจุดรวมขยะ แต่จะเป็นถังใหญ่อ้วน ๆ สีเขียว มีช่องสำหรับให้หย่อนขยะลงไป กับถุงพลาสติกที่รัดไว้กับเสาโครงเหล็กเท่านั้น แต่ถ้าจะถามว่าเมืองเขาสะอาดไหม ตอบว่าไม่ เพราะยังมองเห็นใบไม้เกลื่อนเมือง กับอึน้องหมาหลง ๆ อยู่

หน้าตาถังขยะบ้านเขาค่ะ แต่เสียว! เวลาเอามือแหย่เข้าไปมันต้องสกปรกแน่เลย…ยี้! แต่รับรองว่าไม่หกแน่นอน

        

ที่รองรับขยะอีกแบบเขาใช้ถุงรัดกับเสาโครงเหล็กถึงเวลาก็เก็บรวบ แต่คงใช้กับบ้านเราไม่ได้เพราะคงจะใส่กันสารพัดขยะ ตัวมันคงขาดหลุดลุ่ยเป็นขยะเสียเอง

          ก่อนออกจากบ้านเรียนรู้ คณะได้มอบของที่ระลึกกล่าวคำ merci , merci beaucoup (แมคซี่ แมคซี่ โบกู้) ขอบคุณเจ้าของบ้านกันยกใหญ่ และคงจะได้ติดต่อประสานงานกันทางอินเตอร์เน็ทกันต่อไป

            : ชมเมือง

          ออกจากบ้านเรียนรู้รถโค้ชก็นำคณะของเราก็ลัดเลาะไปตามถนนสายพรอมเมอนาร์ด เดส์ ซองเกร (Promonade Des Anglais) ที่ทอดขนานไปกับชายฝั่งริเวียร่า ว้าววว…”ริเวียร่า” และแล้วเราก็มาพบกัน…ถ้าจะเปรียบเทียบถึงความงามระหว่างชายฝั่งยุโรปกับเอเชีย(เอาบ้านเราก็แล้วกัน) ชายฝั่งทางยุโรปจะมีความลึกลับเยือกเย็นมากกว่าแต่บอกตรง ๆ บ้านเราสวย สดใสเจิดจ้ากว่า ของเขามีแต่โขดหิน หน้าผาแข็ง ๆ กับน้ำทะเลสีครามเข้มจนเกือบดำ เรียกว่าถ้าจะเหมาะก็เหมาะสำหรับนั่งชมคลื่นซัดยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกกับนกนางนวลตัวยักษ์บินโฉบไปโฉบมา  แต่ความที่มาเห็นเป็นครั้งแรก..ก็เล่นเอาตื่นตาตื่นใจมิใช่น้อย หันมาอีกด้านของชายฝั่งริเวียร่าจะพบกับตึกรามร้านค้าที่ต้องเรียกว่า  มหึมา มโหฬารมาก ๆ ยังคิดว่าเขาลงทุนสร้างตึกใหญ่ขนาดนี้เป็นโรงแรม ร้านค้า เชียวหรือ!? ตอนหลังถึงรู้ว่าอาคารเหล่านี้เดิมเป็นคฤหาส์นและบ้านตากอากาศของคหบดีชาวอังกฤษ ตอนหลังเลยกลายเป็นที่พัก ร้านค้า โรงแรม เนื่องจากอากาศแถบนี้อบอุ่นมีแสงแดดมาก ผู้คนจึงนิยมมานอนให้แดดเผาจนตัวแดงซึ่งเป็นค่านิยมของชาวเมืองนีซ

หลาย ๆ มุมของ “ริเวียร่า”

โรงแรมหน้าชายฝั่ง

          : ชมตลาด

          สาย ๆ วันนี้มีโปรแกรมให้เดินตลาดในเมือง เย่..! อันนี้ของชอบวิญญาณแม่บ้านเข้าสิงทันที รถมาจอดริมถนนหน้าชายฝั่งบรรยากาศคล้าย ๆ จอดแถวพัทยาใต้ หรือบางแสนบ้านเรานั่นแหละแล้วต้องข้ามถนนเดินเลาะไปตามซอกตึก โฮ่..ไกลน่าดู ระหว่างทางก็ผ่านร้านขายผ้าพันคอ ผ้าปูโต๊ะ เสื้อยืด หมวก ละลานตาไปหมด นั่นไง! เห็นตลาดแล้ว  เออ คนโล่งดีแฮะ เดินสบาย ๆ เห็นมีคนหน้าตาเอเชีย ๆ เหมือนเราน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากจีนมากกว่าซึ่งเดี๋ยวนี้จีนตีตลาดไปหมดทุกวงการ แม่ค้าไม่ร้องเชิญชวนเหมือนบ้านเราแต่แค่เห็นสินค้าแม่บ้านอย่างเราก็กรี๊ด..! จนต้องเดินเข้าไปหาเอง ก็แหม ของชอบทั้งนั้นอย่างผักมะเขือเทศก็หน้าตาแปลก ๆ ผักที่หน้าเหมือนกระเทียมโทนแต่หัวโตเท่าหอมหัวใหญ่ก็มี ผ่านแผงดอกไม้มีทั้งกุหลาบ ลิลลี่ ดอกไม้ฝรั่งสารพัด(ไม่รู้จักชื่อ) มีทั้งขายเป็นกำหรือเดี่ยว หรือแบบจัดช่อ ๆ ละประมาณ 100 กว่ายูโรอันนี้แพง(เกิน)  ชมมาเรื่อย ๆ จนถึงแผงขายผลไม้สด โอย…องุ่นสีเขียวอ่อน ๆ ลูกกลม ๆ อ้วน ๆ เนื้อแน่น ๆ จัดวางเป็นกองใหญ่ชิมดูแล้วหวานมาก  กองถัดมาคือผลไม้ตระกูลเบอรี่ : สตอเบอรี่(เป็นสตอเบอรี่ที่หวานหอมมากตั้งแต่เคยกินมา) บลูเบอรี่ ราสเบอรี่ แบล็กเบอรี่ ว่าไปแล้วจะรอช้าอยู่ไยบอกแม่ค้าไปคำเดียว “need all berry” (อย่าตกใจซื้อแค่อย่างละกระทง ฮี่..!) ตกกระทงละประมาณ 5 ยูโร หมดเงินไปแค่ 800 กว่าบาทยังไม่ถึงพันเลย แบ่งทานกันยังเหลือถึงมื้อเช้าที่โรงแรมอีกมื้อ(ไว้กินกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ซึ่งขอบอกว่า work มากกก)  อิ๊..อ๊ะ..วันนี้มีความสุขจัง

 

บรรยากาศตลาดยามเช้า

รื่นเริงตะหลอด..

แผงดอกไม้ มีพวกปาล์มเล็ก แคคตัสด้วย 

น่าผัดน้ำมันหอยชะมัดยาด..!

 

เจอมะเขือเทศหน้าตาประหลาด!

แผงผลไม้แห้ง น่ากิ๊น น่ากินค่ะ

 

โอย…ใจจะขาดดดดแล้วเอยยยย…

555 mini banana (สมชื่อแท้)

ราสเบอรี่ สตอเบอรี่ขอบอกว่า อร่อยมาก มว้ากกก

ขากลับเดินมาถ่ายรูปบริเวณวงเวียนรูปปั้นน้ำพุของเมืองไว้เป็นที่ระลึก

ประหยัดพลังงานกันสุดฤทธิ์ จักรยานหยอดเหรียญซึ่งมีเต็มเมือง ชอบมาก

          : มอนติคาร์โล

          มาฝรั่งเศสต้องหัดพูดภาษาฝรั่งเศสง่าย ๆ ไว้บ้างก็ดีนะคะ อย่างคำว่า merci(แมคซี่) ขอบคุณนี่ใช้บ่อยที่สุด หรือคำว่า pardon (ปาร์ดง) คือ ขอโทษ   ce n’est rien (เซอ เน เรียง)ไม่เป็นไร    Au revoir (โอ เลีย วัว) ลาก่อน แต่ยอมรับล่ะค่ะว่าพูดยากมาก มีอีกอย่างที่ไม่ค่อย happy คือ สังคมวัฒนธรรมการรักษาสิทธิของเขาทำให้เราอึดอัด อย่างเช่น เรื่องของการถ่ายรูปนึกอยากจะถ่ายเรื่อยเปื่อยมันทุกอย่างก็ไม่ได้ สถานที่บางแห่งก็ไม่ให้ถ่าย พ่อแม่จูงลูกจูงหลานเห็นหน้าตาน่ารักไปถ่ายรูปนี่ไม่ได้เลยต้องขออนุญาตเขาก่อน ไปจับหัวลูกเขานี่ต้องระวัง ขึ้นรถลงเรือเป็นกลุ่มเผลอแหกปาก(พูด)เสียงดังมันเดินมาจุ๊ ๆ ให้เราเงียบเสียงหน้าตาเฉยทำเหมือนเราไม่มีมารยาท ฮึ..!อย่าไปบ้านฉันบ้างก็แล้วกัน

          หลังเดินตลาดกินมื้อกลางวันเสร็จเป้าหมายการเดินทางต่อไปคือ “เมืองมอนติคาร์โล” เมืองหลวงของรัฐอิสระโมนาโคซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศฝรั่งเศส เมืองเล็ก ๆ ที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดประชาชนไม่ต้องเสียภาษี เมื่อพูดถึงโมนาโคทำให้นึกถึง “เจ้าหญิงเกรซ” ซึ่งเปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่งโมนาโคที่ชีวิตรักหวานซึ้งของพระองค์ประดุจดั่งเทพนิยาย เสียดายที่ทรงมีพระชนม์ชีพเพียง 50 กว่าชันษาเนื่องจากทรงประสบอุบัติเหตุจากรถยนต์ตกเขา อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเราจะได้เข้าไปชมมหาวิหารที่เก็บพระศพของพระองค์และของเจ้าชายเรนิเย่ ที่ 3  ระหว่างทางมองเห็นท่าจอดเรือยอชท์ของเล่นบรรดามหาเศรษฐีจากทั่วทุกมุมโลกนั่นเอง

ถึงมอนติคาร์โลแล้วเห็นท่าจอดเรือยอช์ทของมหาเศรษฐีจากทั่วทุกมุมโลกอยู่ด้านหลัง

ที่ผังพระศพของเจ้าชายเรนิเย่ ที่ 3 และเจ้าหญิงเกรซ

คงเจอมนุษย์บ่อย ยืนให้ถ่ายเฉย..

หนาวแต่ก็กินไอติมอร่อย คนขายพูดไทยได้ด้วย แสดงว่าอะไร…..

          : คาสิโน

          เขาบอกว่ามามอนติคาร์โลต้องเข้าไปชมคาสิโนสแควร์ให้เห็นเป็นประสบการณ์เพราะยังไงก็เล่นกับเขาไม่เป็น เคยเห็นแต่ในภาพยนตร์เจมส์บอนด์(มั้ง!?) เอ แต่ล่าสุดหน้าคาสิโนอยู่ในฉากเรื่อง Iron man หรือไงนี่แหละ ทีนี้เนื่องจากคณะจากประเทศไทยชุดนี้นั่งรถโดยสารมาค่ะไม่มีรถหรูอย่าง จากัวร์ เฟอร์รารี่ โรลรอยส์ มาสแตง ฯลฯ ที่สามารถขับขึ้นไปจอดบนสแควร์มีพนักงานเปิดประตูแล้วย่างเท้าเข้าห้องเหยียบพรมแดงเข้าไปได้เลย ดังนั้น รถโดยสารต้องไปจอดยังที่จอดซึ่งไกลมากกกก ผู้บริหารแก่ ๆ จึงต้องหอบร่างเดินข้ามถนนวิ่งไปวิ่งมาขึ้นบันไดอีกหลายขั้น พอไปถึงด้านบนเห็นรถหรูที่ว่าจอดอยู่เพียบ..! นี่คือการใช้เวลาว่างของมหาเศรษฐีอีกเช่นกัน เอาล่ะวันนี้ลองเข้าไปดูข้างในว่ามันเหมือนในหนังหรือไม่ ทำท่าทางให้เหมือนนักเล่นเข้าไว้ พนักงานเฝ้าประตูจะได้ไม่ทัก ที่นี่เขาห้ามถ่ายรูปถ้ามีกล้องต้องฝากไว้ เราก็มีแต่ทำเหมือนไม่มีเดินเข้าไปหน้าตาเฉยก็เลยไม่ต้องฝาก เข้าไปถึงด้านใน ว้าว! ยังกะแวร์ซายน์ห้องแรกมีโต๊ะพร้อมพนักงานกำลังแจกไพ่และคนเล่นอยู่ก่อนแล้วประมาณ 4-5 โต๊ะ ถัดจากห้องนี้น่าจะมีอีกหลายห้องแต่เขาไม่ให้เดินเข้าไป ดิชั้นก็เลยไม่รู้จะไปไหนบรรยากาศดูเงียบ ๆ น่าเบื่อ เลยวนไปวนมาเข้าไปยืนดูเขาแจกไพ่ ไม่รู้เรื่องกะเขาหรอกว่าเล่นยังไง ตอนนี้พรรคพวกฝ่ายชายลองเสี่ยงโชคก็เลยไปยืนดูให้กำลังใจอยู่ข้างหลัง จนจับวิธีเล่นได้ว่ามันคล้ายเล่นไพ่ยี่เอ็ด เรียกว่าถ้าหงายไพ่ใครแล้วแต้มรวมสูงสุดไม่เกิน 21 ชนะได้ชิพไปแต่จริง ๆ มันคงมีเทคนิคมากกว่านั้น อา มีคนเล่นได้ด้วย ใช้เวลาอยู่ข้างในประมาณ 45 นาที ขากลับเดินกลับแต่เป็นขาลง ขั้นบันไดก็เยอะ ใช่ค่ะสะดุดขอบเกือบหัวคะมำ..เจ็บจริง ๆ เพื่อนอีกคนเดินตามหลังก็เกิดเป็นตะคริวต้องหิ้วปีกกันคนละข้าง กว่าจะถึงรถ  โอย…คืนนี้สาหัสมาก ตื่นสายอย่าว่าป้านะ

3 responses to this post.

  1. Posted by นิรนาม on พฤศจิกายน 27, 2012 at 3:20 am

    อยากไปบ้างจัง เพื่อจะได้ไปทานชีส + ขนมปัง นมร้อน ๆ ….น่าอร่อยนะ (น้ำลายสอเลยเรา)

    ตอบกลับ

  2. Posted by นิรนาม on พฤศจิกายน 27, 2012 at 3:30 pm

    เขียนได้เห็นภาพเลยจ้ะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: