Bonjour!!…ฝรั่งเศส

          วันที่ 1    

          : จัดเต็ม

          ปีนี้หน่วยงานที่สังกัดได้จัดทำโครงการศึกษาดูงานต่างประเทศไกลถึงยุโรป ประเทศฝรั่งเศส(ตอนใต้)  โดยตั้งใจให้ผู้บริหารและข้าราชการได้เปิดหูเปิดตาเห็นความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ย้อนดูร่องรอยอารยธรรมของแต่ละยุคสมัยเพื่อจะหาคำตอบว่าเหตุใดบ้านเมืองเขายังคงรักษาความเป็นอัตลักษณ์มาได้จนถึงทุกวันนี้โดยไม่ถูกกระแสโลกาภิวัตรกลบกลืนไป…ความพิเศษของเมืองทั้งในแง่ของผังเมือง สภาพแวดล้อม และธรรมชาติที่เป็นต้นทุนอยู่เดิมซึ่งเราก็เป็นหนึ่งที่มาเยือน โดยใช้เวลา 8 วัน 6คืน ระหว่างวันที่ 15-22 พฤศจิกายน  2555 ท่ามกลางฤดูใบไม้เปลี่ยนสี..และคืนวันอันหนาวเหน็บ..

          ก่อนเดินทาง 2 สัปดาห์ สงสัยแรกคือ ฝรั่งเศสตอนนี้กี่องศา? พอทราบว่าอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 4-8 องศา สูงสุดประมาณ 12 องศา แหม!มันช่างแตกต่างจากอุณหภูมิประเทศไทยที่ 34 องศาเสียนี่กระไร เสื้อไหมพรมกันหนาว 2-3 ตัวที่มีอยู่แถมเก็บซุกอยู่ใต้ลิ้นชักล่างสุดก็เก่า ย้วยจนแทบไม่เหลือทรง..นอกนั้นเห็นมีแต่เสื้อแจ๊กเก็ตสำหรับใส่กันหนาวบ้านเราซึ่งก็ใช้ไม่ได้ ทำไงได้งานนี้เลยต้องลงทุนเข้าห้างไปหาซื้อเสื้อไหมพรม ลองจอน(long john) เสื้อตัวใน ตัวนอก ถุงเท้า รองเท้า  ถุงมือ หมวกเตรียมไว้ แต่พอใกล้วันการจัดกระเป๋าเดินทางก็ยังไม่แล้วเสร็จเกิดอาการสับสน งุนงงว่าจะเตรียมเสื้อผ้าไปกี่ชุด จะสลับเสื้อผ้าอะไรกับอะไรดีที่มันไม่เปลืองพื้นที่ในกระเป๋า เนื่องจากสิ่งที่ต้องใส่ลงไปนอกเหนือจากนี้คือ ขวดครีมโลชั่น บำรุงต่าง ๆ เครื่องสำอาง น้ำหอม ไดร์เป่าผม ที่ชาร์ตแบตโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป เตารีด  อะอะ…สำหรับเตารีดตอนหลังเปลี่ยนใจทัน  การจัดกระเป๋าเดินทางครั้งนี้จึงใช้เวลาไปประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันขึ้นเครื่อง (อย่าว่าเค้านะ เพราะคนอื่นขนไปมากกว่าเค้าอีก) ส่วนกระเป๋าสะพายที่ถือติดตัว ข้างในยิ่งกว่ากระเป๋าโดราเอมอนมีตั้งแต่ชุดแปรงสีฟันยาสีฟัน กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์(ที่เอาไปทำไมก็ไม่รู้เพราะไม่ได้ขอ roaming) สมุดไดอารี่ ปากกาไว้จดบันทึก กระดาษชำระแบบเปียก ทิชชู่แบบแห้ง กระเป๋าสตางค์ แป้งจอห์นสันกระป๋องเล็ก แปรงผม กล่องยา ยาดม ยาหม่อง เสื้อกันหนาวแบบม้วนเก็บ ผ้าพันคอและคู่มือสถานที่การเดินทาง นอกนั้นก็เป็นการตั้งสติให้อยู่กับเนื้อกับตัว(สมาธิ ) ค่าที่เด็ก ๆ มักเตือนแม่ว่าอย่าเอาอะไรไปมากเดี๋ยว “ลืม” อีก งวดนี้จะได้ขี้โม้ได้ว่าไปเที่ยวนี้ดิชั้นไม่ลืมอะไรเลยนะ  ฮะ ฮะ ฮ่า!

         : ออกเดินทาง

          นัดหมายออกเดินทางจากจังหวัดนครราชสีมาเวลา 03.00 น. เล่นเอาไม่ต้องหลับต้องนอนกันล่ะเพราะให้นอนหัวค่ำก็หลับไม่ลง ให้นอนเวลาปกติเกิดหลับเตลิด..ยิ่งซวยหนัก เลยนอนดูทีวีไปเรื่อย ๆ พอใกล้เวลาค่อยอาบน้ำแต่งตัว นัดคนขับมารับตอนตี 2.40 น.มาถึงเทศบาลเห็นรถทัวร์จอดรออยู่ก่อนแล้ว สมาชิกต่างทยอยขึ้นรถพอครบคนรถก็ออก ตามกำหนดการต้องถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 7.30 น. มาถึงตรงเวลาเป๊ะทุกคนลากกระเป๋าของตัวเองเพื่อเตรียมพาสปอต ตั๋วเครื่องบิน โหลดกระเป๋า ผ่านเครื่องเอ๊กซเรย์เข้าด้านใน

รอขึ้นเครื่องที่ สุวรรณภูมิ

         แต่เหล่านักช้อปขาประจำไม่รอช้าเข้ามาถึงร้าน duty free ยกแรกก็ช้อปกระเป๋า น้ำหอม เครื่องสำอางกันไปหลายหอบแล้วฝากเคาท์เตอร์ไว้มารับอีกทีตอนขากลับ(อย่าลืมเสียล่ะมาไม่ตรงวันเขาโยนทิ้งแน่) เครื่อง take off  เวลา 10.50 น.ด้วยสายการบิน Air france เที่ยวบินที่ AF165  ใช้เวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมง(ต้านลม)

 Air france

นั่งหลังขดหลังแข็งบนเครื่องประมาณ 11 ชั่วโมงดูหนังจบไปประมาณ 4 เรื่องพอถึงสนามบินชาร์ลเดอโกล กรุงปารีส ก็ต้องปรับเวลาให้เป็นเวลาท้องถิ่นซึ่งช้ากว่าเรา 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 17.10 น.เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่องไปเมืองนีซก่อน การแวะเปลี่ยนเครื่องเป็นอะไรที่เสียเวลาและน่าเบื่อมากโดยเฉพาะเวลาดึก ๆ ดื่น ๆ กว่าจะขึ้นเครื่องอีกทีก็ปาเข้าไปเกือบ 4  ทุ่ม คำนวณเวลาที่ไม่ได้นอนจากเมืองไทยบวกกับเวลาที่ปารีสเท่ากับ 30 กว่าชั่วโมงพอดี ทีนี้ก็ง่วงล่ะสิ เผลอนั่งหลับสับปะหงกโงกเงก..ไอ้การสับปะหงกนี่ถ้าคอพับมาข้างหน้าก็ยังดีแต่ถ้าแหงะหงายไปข้างหลังบวกกับแรงโน้มถ่วงของโลกเนี่ย..อันตรายถึงตายได้ซึ่งดิชั้นได้พาลพบถึงขั้นคอสะบัดดังกึก! โอย..รู้สึกตัวอีกทีรีบสำรวจลำคอโดยรอบ เฮ้อ..โล่งอกโชคดีที่รอดตาย พร้อมกับหอบสังขารสู่เมืองนีซด้วยอาการครบ 32

เปิดหนังดูฆ่าเวลาบนเครื่อง

คืนนี้ไม่มีดูงานเข้าพักที่ Hotel Massena Nice  ที่เวลา 22.45 น. time to bed ซะทีพรุ่งนี้ดูงานที่  Maison de l’Environnement  นะ บ๊าย..บาย..Z zzzzz…

Advertisements

5 responses to this post.

  1. ตกเรื่องกล้องคู่ใจไปนิด สิ่งสำคัญสำหรับนักเดินทางเลยหละ

    ตอบกลับ

    • เขียดไปคราวนี้เสียเส้นที่สุดเรื่อง”กล้อง” มันมีปัญหากับอากาศเย็นจัด อยู่ ๆ ก็น๊อคถ่ายไม่ได้ทั้ง 2 ตัว

      ตอบกลับ

  2. Posted by นิรนาม on พฤศจิกายน 24, 2012 at 9:35 am

    เมืองนิซเป็นเมืองที่น่าเที่ยวมากแห่งหนึ่งที่เดียว หว้าตอนแรกหรือเปล่าเนี่ย ยังรอฟังอีกหลายตอนนะเนี่ย

    ตอบกลับ

  3. Posted by นิรนาม on พฤศจิกายน 25, 2012 at 8:10 am

    เป็นเรื่องสั้น ที่น่าติดตามมาก …รออ่านนะคะ…

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: