ของดีเมือง”ศรีสะเกษ”

อาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันและเพื่อน ๆ พากันเหมารถตู้คันบิ๊กบู้ม!!(แต่ผู้โดยสาร 4 คน) ไปเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเพราะบังเอิญกดทีวีไปพบช่องเชิญชวนให้ไปเที่ยวเทศกาลผลไม้ของดีเมืองศรีสะเกษก็ตัดสินใจไปทันที ถ้าเพียงแค่ผลไม้ธรรมดาพื้น ๆ อย่าง ชมพู่ แตงโม แตงไทย น้อยหน่า พุทราที่เป็นผลไม้ปกติของบ้านเราก็ไม่เท่าไหร่แต่ผลไม้ที่พูดถึงคือ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สะตอ สวนยางพาราของดังภาคตะวันออกที่ปลูกได้ที่ภาคอีสานจะไม่ให้แปลกอย่างไรเล่า…อยากจะรู้จังว่าบรรยากาศ กลิ่นป่ากลิ่นสวนจะเหมือนเมืองจันท์ฯ ระยอง ตราดหรือไม่ ทัวร์ครั้งนี้จึงพลาดไม่ได้!

          ทริปนี้เป็นการเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับระยะทางจากโคราชไปถึงสวนผลไม้ “บ้านซำตารมย์”  ต.ตระกาจ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ราว ๆ 400 กิโลเมตรใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 221 และ 24 ให้ยึดเส้นทางถนนสายโชคชัย-เดชอุดมเป็นหลักถ้าจากโคราชก็ต้องผ่านบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษแต่สวนที่จะไปชมอยู่ก่อนถึงจังหวัดศรีสะเกษประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4 ช.ม. ฉะนั้น ดิฉันจึงต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 และแน่นอนถ้านัดเวลานี้สำหรับคนนอนดึกเลยใช้วิธีแต่งตัวตั้งแต่ตี 2 แล้วนอนรอพอได้เวลาตื่นก็สะพายกระเป๋าขึ้นรถได้เลย 55…พูดถึงบ้านซำตารมย์สมัยก่อนเป็นพื้นที่ชายแดนที่ใครไม่อยากโดนเขมรจับก็อย่าได้คิดผ่านไป แถบนี้มีเทือกเขาพนมดงรักเป็นแนวกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูเชาทำให้บริเวณชายแดนมีความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ ในอดีตพืชเกษตรมีเพียงการปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด พืชผักทั่วไป แต่เมื่อ 10 กว่าปีต่อมาเกษตรกรในพื้นที่ได้ทดลองนำผลไม้ที่ขึ้นชื่อของภาคตะวันออกเช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง รวมทั้งยางพารามาปลูกปรากฎว่าได้ผล เวลานี้ผลไม้ที่ออกมาจากซำตารมย์ขายดิบขายดีลูกค้าผลไม้เริ่มถามหา ทุเรียนศรีสะเกษกันแล้ว

                                                                 หันไปทางไหนก็เขียว ฉ่ำ

                                                                    อากาศ ท้องฟ้าเป็นใจให้สุด ๆ

          รถออกมาได้ซักพักคุณน้องป้อมมีน้ำใจทำเมนูหมูทอดข้าวเหนียวนึ่งแล้วควักแจกเป็นอาหารเช้าคนละห่อ 2 ห่อบนรถ อร่อยมากค่ะ พอมาถึงอ.ประโคนชัยต้องรีบให้โชเฟอร์แวะจอดเพื่อซื้อกุ้งจ่อมอันลือเลื่องของอำเภอไม่งั้นเสียเที่ยว กุ้งจ่อมตัวเล็ก ๆ เค็ม ๆ เอาไปเป็นเครื่องจิ้มซอยหอม พริก กระเทียม ตะไคร้ ใบมะกรูดแล้วคลุกแบบยำ  จะผัดให้สุกหรือจะทำแบบใส่กะทิหลนก็ไม่ห้าม คลุกข้าวกินกับผักสด โอย ขอบอกว่า เริ่ด!สุด..ไว้คราวหน้าเข้าครัวจะทำให้ดูนะคะ เข้าเขตสุรินทร์-ศรีสะเกษสังเกตได้อย่างหนึ่งว่าสภาพแวดล้อมได้เปลี่ยนไปจากเดิม ใครว่าอีสานแล้ง ดิฉันเห็นแต่ทุ่งนาสีเขียวเย็นตาที่เป็นสีเขียวจริง ๆ คือไม่มีป้ายหรือสิ่งก่อสร้างใด ๆ มาบดบัง สองข้างทางมีแต่นาข้าวกับสระน้ำสลับกันไป เดี๋ยวนี้ต้นกระดาษแทบหาไม่เห็นกลายเป็นสวนยางกันหมดแล้ว ต่อไปเกษตรกรภาคอีสานจะได้ลืมตาอ้าปากได้เป็นพลเมืองระดับเศรษฐีของประเทศเสียที วันนี้อากาศเป็นใจแม้จะเป็นช่วงฝนแต่ท้องฟ้าก็เปิดให้เห็นสีฟ้าใสกระจ่างแม้มีเมฆ ก็เป็นเมฆบาง ๆ ปุย ๆ แบบอุ่นใจได้ว่าฝนไม่ตก

                                                                      เข้าไปสวนยางแบบจะจะ

 

                                                                        ไปเจอน้ำยางเก่าแข็งหมดแล้ว

                                                                                           ถึงแล้ว! 🙂

          ขับรถแบบตรงอย่างเดียวไม่ต้องเลี้ยวพอเข้าเขตบ้านซำตารมย์เห็นป้ายแล้วเลี้ยวซ้าย ผ่านสวนยางร่มครึ้มตลอดสองข้างทางทำให้คิดถึงบ้านเมืองจันท์ฯ จัง บรรยากาศคล้ายกันมาก จอดรถถามหาสวนคุณทศพล สุวะจันทร์ตามที่ได้ค้นหาทางอินเตอร์เน็ทจนเจอ  เดี๋ยวนี้เกษตรกรในพื้นที่พอถึงหน้าผลไม้ก็หน้าใสแต่ละสวนต่างจัดกิจกรรมท่องเที่ยวแบบชมและชิมผลไม้ภายในสวนกันคึกคักอย่างสวนทศพลนี้คิดค่าเข้าชมหัวละ 100 บาท ประกอบด้วยได้ชิมทุเรียน 1 พู เงาะ 10 ลูก ลองกอง 1 พวง ชิมให้เกิดความอยากจากนั้นแนะนำให้เดินชมให้ทั่วสวน หากต้องการจะซื้อกลับบ้านเชิญไปอีกด้านที่เขาตัดทุเรียน เงาะ ลองกองรออยู่แล้ว ก็ตลกดีพ่อค้าแม่ค้าผลไม้เมืองจันท์ฯ เวลาเขาคุยกันจะพูดกันด้วยสำเนียงทางภาคตะวันออก แต่มาที่นี่เว่าอีสานขายเงาะ ทุเรียนกันคัก ๆ

พรีเซ็นเตอร์กำลังจะบอกว่าค่าเข้าชมสวนหัวละ 100 บาทประกอบด้วยที่เห็นค่ะ

อืมม…อืมม… อร่อยยย

เข้ากันมากระหว่างหน้าหล่อนกับทุเรียน

โฮะ! ท่าจะหิวหนัก

          สาวใหญ่พอเดินเข้าไปในสวนเห็นต้นทุเรียนศรีสะเกษก็กรี๊ดจนเสียงแหลมเพราะไม่น่าเชื่อว่าจะปลูกได้ต้นใหญ่ ลูกดกขนาดนี้โดยเฉพาะ “หมอนทอง” ถามหากิ่งพันธุ์ปรากฎว่าเขาไม่ขยายพันธุ์เลย แต่จะซื้อพันธุ์มาจากจันทบุรี ระยองมาปลูกถามถึงรสชาติ ก็ ok เหมือนหมอนทองทั่วไป เงาะก็ร่อนดี ส่วนมังคุดเก็บไปเกือบหมดแล้ว ลองกองกำลังโต เดินเก็บเงาะเหลือ ๆ มังคุดเก่า ๆ ที่หล่นอยู่โคนต้นมาชิม สูดกลิ่นสวนให้เต็มปอด กลิ่นสวนที่นี่แตกต่างจากสวนทางภาคตะวันออกตรงที่ใบไม้ที่ทับถมตามทางเดินค่อนข้างแห้งร่วนกลิ่นดินกลิ่นเศษซากใบไม้แมลงจะเป็นแบบจาง ๆ ในขณะที่ทางตะวันออกจะมีความชุ่มชื้นมากกว่าใบไม้ที่ทับถมตามทางเดินจะเปียก ๆ และกลิ่นจะอับแรงกว่าที่นี่ ไป ๆ มา ๆ อยู่ที่สวนนี้เกือบ 3 ชั่วโมงขากลับเลยซื้อทุเรียนทั้งแบบลูกแบบแกะเนื้อ ขนเงาะ ลองกอง มังคุด(ข้างทาง) สะตอ(ข้างทาง) ยัดใส่ท้ายรถจนแน่นแบบเกรงใจโชเฟอร์เจ้าของรถแทบจะแย่เพราะมัดปากถุงอย่างไรกลิ่นทุเรียนมันก็ยังโชย…ขอโทษนะค้าบ

งานนี้”หมอนทอง”เป็นพระเอก

ภายใต้ทุเรียนเดียวกัน

พอจะมีเหลือให้เห็นบ้าง

โดดเดี่ยว

เก็บจากโคนต้น

เดี๋ยวเงาะน้อยใจ

หรอมแหรม

ลองกอง ยังจิ๋วอยู่

ส้มเช้งกระเด๊ะ!

         

 ถุงละ 160 บาท(10 โล)

โลละ 50-60 บาท

เอาไปกินกลางทาง แฮ่..

เจอ”หมากฮุง”แม่นแล่ว ศรีสะเกษ

           Amazing Thailand ของดีศรีสะเกษ อยากลองให้มาเที่ยวและศึกษาว่าการพลิกแผ่นดินเกษตรกรรมและนำนวัตกรรมด้านการเกษตรนำผลไม้ที่ไม่น่าจะปลูกได้จากดินแดนหนึ่งมาปลูกอีกดินแดนหนึ่งที่สภาพแวดล้อมแตกต่างกันสามารถทำได้จริงและทำได้อย่างไร อย่ามัวรีรอ…แต่ถ้าคุณพลาดปีนี้ ปีหน้ายังมี ชมสวนเกษตรเสร็จยังเที่ยวต่อได้อีก ลองขับรถต่อไปอีก 60 กิโลก็ถึงอุบลราชธานีแล้วแวะซื้อเค็มบักนัด หมูยอ เส้นก๋วยจั๊บญวนฝากคนที่บ้านด้วยน้า…

ชมสวนให้สนุกนะคะ

One response to this post.

  1. Posted by นิรนาม on เมษายน 29, 2014 at 3:47 am

    ชอบบๆๆคะ อยากไปชมสวนผลไม้บ้างจัง…ไม่มีใครพาไป อะคะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: