2011 ปีใหม่สัญจร

อารัมภบท : ก่อนสัญจร  

               สวัสดีปีใหม่แล้วววว….และแล้วก็สามารถประคับประคองชีวิตให้ผ่านพ้นมาได้อีกหนึ่งปีโดยที่ไม่มีอาการเจ็บป่วย ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หน้าที่การงานก็ไม่มีตกค้างมาถึงปีนี้ หรือถูกเจ้านายเรียกไปตำหนิ ตอนสิ้นปีก็ได้เหมาขนมจีนเลี้ยงลูกน้องกันเป็นที่เอิกเกริก(เพราะของเราเป็นขนมจีนน้ำยาไม่ใช่ไม่มีน้ำยา)  เอาเป็นว่าภาพรวมดิฉันได้ทำหน้าที่หัวหน้าของเด็ก ๆ ได้เป็นที่พอใจของพวกเขาในระดับหนึ่งแม้อาจจะไม่สมบูรณ์เต็มร้อย…แต่ถ้าเปรียบเทียบกับผลงานของฝ่ายบริหารงานทั่วไปเป็นขนมจีนมื้อส่งท้ายดิฉันว่า ทุกคนพอใจ อิ่ม! แถมยังได้ห่อกลับบ้านกันถ้วนหน้า เย็นวันที่ 30 ธันวาคม 2553  หลังจากจุกขนมจีนเราได้กล่าวคำอำลาอย่างเหงา ๆ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ…”see you next year”  ปีนี้เด็ก ๆ ในห้องส่วนใหญ่ไม่ได้ไปไหนไกลเพราะกลัวว่าไปไหนก็เจอแต่คน คนเยอะรถก็เยอะ โดนลูกน้องถามว่า “แล้วหัวหน้าไปไหนคะ?”  “พี่มี plan กับเขาที่ไหน”  นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโปรแกรมเพียงแต่การวางแผนจัดระบบเดินทางท่องเที่ยวล่วงหน้าใช้กับครอบครัวดิฉันไม่ได้ค่ะ  การเดินทางไปฉลองปีใหม่ของเราจึงเป็นแบบห้ามไปในที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แล้วอยู่ ๆ สามีก็บอกว่า ไปวังน้ำเย็น ลุงปุ๋ย (ของเด็ก ๆ) เพื่อนสนิทสามีโทรให้ไปเที่ยวที่วังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้วหลายครั้งแล้ว คราวนี้ได้ฤกษ์ซะที สามีจึงสรุปให้จัดกระเป๋าไปแวะนอน count down ที่วังน้ำเย็น 1 คืนแล้วเลยไปเยี่ยมบ้านสวนค้างที่จันทบุรีอีก 1 คืน ปีนี้พาคุณยาย(แม่)ไปด้วย    

  มื้อแรก :     

            ปีใหม่ปีนี้เป็นปีที่นักท่องเที่ยวหนีข่าวฝนตกน้ำท่วมในภาคใต้มาเที่ยวภาคอีสานโดยเฉพาะโคราชบ้านเรากันอย่างคึกคัก รถขาเข้าจึงติดเป็นแพยาวแบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ดีที่เราออกเดินทางในวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ซึ่งปกติเป็นเวลาที่เขาจะกลับบ้าน สวนทางกับเราที่จะออกไปเที่ยวนอกบ้าน พอขับออกมาได้ไม่ทันถึง 10 กิโลเมตร เป็นธรรมชาติของเด็ก ๆ บ้านดิฉันสายหน่อยก็ขี้หิว(ห้ามอ่านถอยหลัง) “พ่อหิวข้าว” “แม่หิวข้าว” อ้าปากร้องกระจองอแงเหมือนลูกนกหิวเหยื่อ มื้อแรกของเราจึงได้จังหวะแวะที่วังน้ำเขียวพอดี ร้านอาหารริมทาง “ลาบเป็ดคุ้มวังทอง” (คิดอยู่คนเดียวว่า…เออ…กินลาบแต่เช้า) แต่มีคนเขาโฆษณาว่าอร่อย ไม่ลองก็ไม่รู้

                 เดินเข้ามานั่งในร้าน ต้องครางฮือออออ…คางแทบสั่นเพราะมันหนาวมาก ลมก็แรงร้านก็รับลมทั้งสี่ด้าน มีคุณป้าเข้ามาถาม “รับอะไรคะ?” “ที่นี่อะไรอร่อยครับ” “อร่อยหมดทุกอย่าง” สีหน้าและดวงตาทุกคนที่อยู่บนโต๊ะอาหารเบิกค้าง มิใช่ติดใจกับคำตอบแต่มันคือสัญญาณของการสั่งอาหารได้อย่างไม่ต้องลังเลเพราะอะไรก็อร่อยหมด (เชื่อคนง่าย)  ไม่นานอาหารแต่ละเมนูก็ถูกลำเลียงออกมา แต่ถ่ายรูปไม่ทันหลายรูปเพราะพวกไวยิ่งกว่าเลยได้มาเท่าที่เห็น เมนูที่ต้องยกนิ้วให้คือ ลาบเป็ดเพราะเขามีเคล็ดลับความอร่อยที่ใช้หนังเป็ดทอดให้กรอบแล้วโรยหน้า เวลาเคี้ยวจึงมีความกรุบกรอบ มัน ๆ  ตามมาด้วยคอหมูย่างคลุกงาที่หั่นมาชิ้นหนาเคี้ยวนุ่มชุ่มเต็มปากหอมกลิ่นงา มาที่นี่ต้องสั่งเป็ดย่าง ต่อด้วยต้มแซ่บ หน่อไม้ดองคั่วไก่บ้าน ต้มยำปลาบึก และไข่เจียวหมูสับ ไม่รู้ล่ะเขาว่าอร่อยทุกอย่างก็สั่งเข้าไปเถอะ…อย่าได้แคร์…(ขอยืมสำนวนน้องที่ทำงาน)

        

     คอหมูย่างอร่อยจนต้องสั่งมาอีก 1 จาน เป็ดย่างเคี้ยวหนึบได้ทั้งกลิ่นหอมและรสสัมผัสของเป็ดแท้ ๆ

                    

                                 ต้มแซ่บเครื่องในแซ่บสมชื่อ ส่วนลาบเป็ดถ่ายเกือบไม่ทันเพราะแหว่งไปเร็วมาก

วิวสวย น้ำใส  :     

            หลังจากอิ่มมมม…ม ไร้คลื่นรบกวนก็ได้เวลาเดินทางต่อจากวังน้ำเขียวไปกบินทร์บุรี ช่วงขึ้นเขาวิวสวยมาก ป่าบ้านเรายังอุดมสมบูรณ์เพราะเป็นทั้งเขตป่าสงวน เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งครอบคลุม 11 อำเภอ 4 จังหวัด มีสระบุรี โคราช ปราจีนบุรี นครนายก ยังเห็นป้ายเขียนไว้ข้างทางว่า เข้าเขตอุทยานมรดกโลก แต่เส้นนี้ต้องขับรถด้วยความระมัดระวังเพราะจุดที่ขับผ่านมีป้าย มีธงสีแดงปักเตือนเป็นระยะเพื่อเป็นข้อเตือนใจสำหรับผู้ขับรถโดยประมาท ได้ผ่านจุดที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อเร็ว ๆ นี้ด้วยพร้อมกับสวดแผ่เมตตาให้กับผู้สูญเสียไปแล้ว สังเกตเหมือนกันว่าทำไมจึงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้ง ๆ ที่รถก็ขับเร็วไม่ได้ ถึงรู้คำตอบว่า รถหนักมักทำให้เกิดอุบัติเหตุเพราะลักษณะของเส้นทางจะมีทั้งขึ้นเขา ลงเขา คดเคี้ยว เมื่อลงเขาซึ่งเป็นทางลาดชันรถหนักใหญ่จะเบรคไม่อยู่ เวลาขึ้นเขารถใหญ่มักใช้ความเร็วต่ำรถข้างหลังอยากแซงพอแซงก็แซงไม่พ้น ทางที่ดีอย่าขับตามใกล้มากให้ทิ้งระยะห่างออกมา 5-6 เมตร สามีขับรถด้วยความระมัดระวังสุดขีดไปเรื่อย ๆ จนถึงแยกกบินทร์บุรี แล้วเลี้ยวซ้ายออกไปทางจังหวัดสระแก้วอีกไม่นานก็จะถึงแล้ว ปรากฎว่าใกล้เที่ยงไม่มีใครบ่นหิวซักคน สงสัยอิ่มเป็ดกันตั้งแต่มื้อสาย เลยแวะเติมน้ำมันและซื้อกาแฟที่  ปั๊ม ปตท. อเมซอน วันนี้สั่ง เอ๊กซ์เพรสโซ่ปั่นซึ่งไม่เคยสั่งมาก่อน อือออ…ขม ๆ หวาน ๆ ไม่นานก็มาถึงปั๊มน้ำมันลุงปุ๋ยที่ ตำบลวังสมบูรณ์ อำเภอวังทอง จังหวัดสระแก้ว เลยวังน้ำเย็นมาเล็กน้อย ครอบครัวลุงปุ๋ยรออยู่ก่อนนานแล้วเพื่อจะพาพวกเราไปชมไร่ลำไยและมะขามหวานก่อนเข้าที่พัก รถผ่านเข้าไปในไร่ โห…ทำเลดีมากมีลำธารไหลผ่านด้วย ทราบว่าเป็นน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกเขาสิบห้าชั้น พวกเราลงไปเล่นน้ำกันใหญ่ด้วยความตื่นเต้นที่นาน ๆ จะมีธรรมชาติเหลืออยู่ให้เห็น

  

      

                  แม้น้ำจะน้อยไปซักหน่อยแต่ก็ทำให้เย็นชุ่มชื่นใจ ลำธารสายนี้ไหลมาจากน้ำตกเขาสิบห้าชั้น

 

นี่ถ้ามีเวลาจะขอเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้นแล้วลงเดินเลาะสำรวจไปตามลำธารด้านบนให้ได้

โฮมสเตย์ :

                เล่นน้ำชมธรรมชาติเป็นเวลาพอสมควร ต้องขึ้นรถเข้าที่พักโฮมสเตย์ที่ “ไร่ดุจตะวัน” ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากไร่ลุงปุ๋ยมากนักขณะนั้นเวลาเย็นพอดี แต่ในใจคิดว่าจะได้นอนบ้านลุง บ้านป้าคนไหนหว่า!? อยู่กลางไร่อ้อย ไร่มัน ไร่มะขามอย่างนี้ คงต้องตื่นพร้อมกับชาวไร่แน่ ๆ เลย แล้วมื้อเย็นก็คงจะได้กินแกงส้ม น้ำพริกผักปลาย่าง ไม่แน่อาจมีไข่เจียวให้ด้วยตามสไตล์โฮมสเตย์ซึ่งเขากินอยู่อย่างไรเราก็ต้องกินอยู่อย่างนั้น  แต่พอเข้ามาเห็นด้านใน เฮ้…สวยเรียบง่าย มีสปา มีนวดตัว ฝ่าเท้า มีหนังสือทำอาหาร cooking ให้อ่านตรึม อันดับแรกเราได้รับการต้อนรับด้วย Welcome The passion fruit การเสริฟด้วยเสาวรสสด ๆ ใช้มีดผ่าครึ่งจะพบเนื้อเสาวรสสีเหลืองเม็ดสีดำฉ่ำน้ำ แล้วโรยเกลือตามด้วยน้ำผึ้งจากนั้นใช้ช้อนตักกินทั้งเนื้อและเม็ด ซี๊ดดดดด…อร่อยมากเปรี้ยวอมหวานตัดเค็มนิด ๆ กรุบกรอบเม็ดในแต่ไม่แข็งเหมาะกับสาว ๆ เป็นที่สุด ผลไม้ชนิดนี้ทำให้ตื่นตัว หายเพลียเป็นปลิดทิ้ง!

ขอต้อนรับสู่โฮมสเตย์ “ไร่ดุจตะวัน”

 

 

 

สาว ๆ เห็นที่นอนทำสปา ตรงรี่เข้าไปสัมผัสก่อนใครเพื่อน

 

 

 

ดอกไม้สวย ๆ ในไร่ดุจตะวัน             

                 ผิดคาดไว้เยอะแต่นี่คือสิ่งที่ต้องการคือ ไม่ต้องถึงกับสวยหรูจัดแต่เน้นการผ่อนคลาย เพราะเจ้าของขออนุญาตเอ่ยนาม “คุณอ้อย” หลังจากได้สนทนากันพักใหญ่ ปรากฎว่าเป็นผู้บุกเบิกไร่ดุจตะวันเมื่อ 7 ปีที่แล้วกับมิตรสนิทอีก 3-4 คนด้วยตนเองแบบค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ พัฒนาไปทีละนิดทั้งแรงกาย เงินทุน ได้บอกเล่าให้ฟังว่าที่นี่เพิ่งจะมีไฟฟ้าเข้าเมื่อ 2 ปีที่แล้วนี่เองเดิมใช้แสงจากตะเกียง พอได้ยินพวกเราก็วี้ดว้าย…ฮ้า!…ตะเกียง คบไฟ คลาสสิคมากอยากอยู่อย่างนั้นบ้าง  คุณอ้อยยิ้มกว้างก่อนจะเล่าต่อ โฮมสเตย์จริง ๆ นักท่องเที่ยวต้องค้างในบ้านของเจ้าของบ้านคือ กินอยู่ด้วยกันเพื่อเรียนรู้ว่าวัฒนธรรมความเป็นอยู่ แต่มีลูกค้าบางคณะต้องการอยู่แบบสันโดษไม่ต้องการให้ใครรบกวน บางคณะต้องการความสะดวกสบายมีน้ำ มีไฟฟ้าใช้ เลยจำเป็นต้องสร้างบ้านพักหลังเล็ก ๆ ไว้รับรองประมาณ 3 หลังแต่ที่ทำไว้ก็ไม่ถึงกับสะดวกสบายมากจนเกินไป เช่น ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ไม่มีเคเบิ้ลทีวี ไม่มีโทรศัพท์ บางห้องพักไม่มีเตียง ใครต้องการใกล้ชิดธรรมชาติก็มีเต๊นท์นอนไว้บริการ ที่นี่หน้าร้อนอากาศเย็นสบาย มิน่าหน้าหนาวของคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2553 อุณหภูมิลงมาที่ 18 องศาเซลเซียส อาจสงสัยว่าคุณอ้อยทำอะไรมาก่อน คุณอ้อยเคยเป็น consult ด้านสปา และออกแบบอาหารให้กับโรงแรมใหญ่ ๆ ในกรุงเทพฯ จึงไม่สงสัยที่ทำไมถึงเน้นสปา เธอได้สอนเด็ก ๆ ในพื้นที่ให้รู้วิธีนวดสปา นวดฝ่าเท้า นวดตัวจนสามารถหารายได้โดยไม่ต้องพึ่งพ่อแม่ได้

กำลังใช้บริการนวดฝ่าเท้าตอนหลังเลยลุกลามให้นวดเข่า นวดหลัง สรุปก็คือนวดหมดทั้งตัว

มื้อเย็น : countdown

             และสำคัญที่สุดอาหารอร่อยมากกกก…อย่างที่บอกมาตั้งแต่ตอนต้นหลังจากได้รับการต้อนรับด้วยผลไม้เสาวรส มื้อเย็นก็เป็นอะไรที่คาดไม่ถึง เสียดายอีกนั่นแหละที่ถ่ายรูปไว้ไม่ได้มาก เด็ก ๆ ห่วงกินและเล่นซะแล้ว(ไม่ทำหน้าที่ให้เล้ย!…) อาหารแต่ละมื้อของที่นี่ลูกค้าไม่ต้องสั่งแต่คุณอ้อยจะทำออกมาตามวัตถุดิบที่มีในฤดูกาล  เย็นนั้นเราจึงได้กิน ปอเปี๊ยะทอดไส้แฮม เห็ดเข็มทอง แครอท มันฝรั่ง ชีส คู่กับสลัดผัก มันเป็นอะไรที่กรอบเบาหอมกลิ่นชีสอ่อน ๆ อร่อยแบบไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน เมนูที่ 2 ปลาดอลลี่ทอดตะไคร้ เมนูที่ 3 ผัดผักกาดแก้วแฮม เมนูที่ 4 ยำปลากรอบ แต่เมนูนี้ดิฉันไม่ได้ชิมเลยหันมาอีกที เกลี้ยง! เมนูที่ 5 สเต๊กหมูรอบดึก เมนูที่ 6 ข้าวต้มหมูใส่เห็ดหอมและเผือกรอบดึก ซึ่งอร่อยมากตรงมีเผือก เมนูที่ 7-8 -9 เป็นเมนูที่ลุงปุ๋ยไปซื้อกุ้งแม่น้ำจากที่อื่นแล้วเอามาให้คุณอ้อยช่วยทำ ได้แก่ กุ้งผัดพริกเกลือ กุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งอบเกลือ ทุกคนเอร็ดอร่อยแต่มีวิกฤติเกิดขึ้นกับดิฉันเสียแล้ว ก็ตั้งแต่กิน เอ๊กซ์เพรสโซ่เมื่อตอนกลางวันนั่นแหละ ก็ให้รู้สึกตื้อ ๆ อืด ๆ กับข้าวน่าอร่อยก็รู้สึกผะอืดผะอม กินได้คำสองคำก็ได้แต่นั่งดูเขากิน ซักพักก็มีอาการแก๊สเต็มกระเพาะ ลำไส้ ต้องระบายออกทั้งข้างล่างข้างบน(ทั้ง…ด ทั้งเรอ) จากนั้นก็เริ่มท้องเสีย พาลจะอาเจียนแต่อาเจียนไม่ออก คิดเอาเองตามประสาหมอประจำบ้านที่มีประสบการณ์ ชัวร์ ! อาหารเป็นพิษแน่นอน คืนนั้นระบายกันทั้งคืน จึงเป็น countdown ที่หนาวก้นมาก

 

 

 

 

 

                  คืน countdown เด็ก ๆ ทั้งคนโตและคนน้องพร้อมเพื่อนขอนอนเต๊นท์  ดิฉันนั่งคุยกับคุณอ้อยจนถึงประมาณเกือบ 5 ทุ่มก็ทนไม่ไหวเพราะหนาวเหลือเกินไปเดินดูเทอร์โมมิเตอร์ อา…18 องศาแต่คุณอ้อยบอกปีที่แล้วหนาวกว่านี้อีก เหลือ 8 องศา อะจึ๋ย!! เลยขอหลบเข้าไปนอนกับคุณยาย(แม่) ขอ countdown กันในห้องก็แล้วกัน

 

เต๊นท์นอนของเด็ก ๆ

 

2011 The New Year :          

                  สวัสดีปีใหม่ค่า…เช้านี้เป็นวันเริ่มต้นปีพุทธศักราช 2554  อาการท้องไส้ก็ค่อยยังชั่วลงมากแล้ว เปิดประตูออกมาเพื่อรับอากาศยามเช้าป้าใบผู้ช่วยคุณอ้อยก็ยกจานปาท่องโก๋มาเสริฟถึงหน้าห้องพัก พร้อมกาแฟถ้วยโตและชาใบหม่อนอีกเหยือกใหญ่ ปาท่องโก๋ของที่นี่ก็ทำเองอร่อยนุ่ม เรียกว่าเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยมื้อแรกตื่น ไม่นานมื้อเช้าก็ออกมา เริ่มต้นด้วยไข่กระทะ ข้าวต้มไก่ใส่เห็ดหอม เผือก(คล้ายเมื่อคืน) และที่เด็ก ๆ เรียกร้องขอให้ทำให้กินอีกคือ ปอเปี๊ยะแฮมชีส เช้านี้มีเพิ่มขนมปังแฮมชีสหน้าเห็ด โอย…อร่อยจนกินไม่ไหว

 

 

เข้าจันทบุรี : กินข้าวแกงแสนตุ้ง

                  หลังจากอิ่มอาหารเช้าและร่ำลากันพอสมควร เราได้จากที่นี่ไปด้วยความแสนเสียดายและสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะกลับมาใหม่ ตั้งใจว่ากลับถึงโคราชคงต้อง search internet หารายละเอียดของ ไร่ดุจตะวันให้ได้ ขอบคุณคุณอ้อย ป้าใบ เปรี้ยว และเด็ก ๆ ในโฮมสเตย์ทุกคน  ลาก่อนวังน้ำเย็น วังสมบูรณ์ วังทอง วันนี้ต้องออกเดินทางเข้าจังหวัดจันทบุรีเพื่อเยี่ยมญาติ ดูบ้านสวน และซื้อของฝาก สามีมีโปรแกรมไว้ในใจว่าจะไปถึงเที่ยงแล้วจะพาไปกินข้าวแกงที่ร้าน ข้าวแกงแสนตุ้ง ที่เพิ่งอ่านเจอในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ว่าเป็นข้าวแกงที่อร่อยที่สุดในโลก เราวนมาถึงหน้าวัดใหม่เมืองจันทบุรีซึ่งร้านข้าวแกงอยู่หน้าวัดใหม่พอดี ท่าทางจะอร่อยสมคำบรรยายเพราะลูกค้าตรึม ไม่มีเสริฟ ให้รับของที่ตักให้แล้วไปหาโต๊ะนั่งเอาเอง  ความหิวไม่ปราณีใคร! ใช่แล้วค่ะสั่งกันจนกองเต็มโต๊ะ(อีกแล้ว) แต่ข้าวแกงที่นี่เขาตักกันจานเล็ก ๆ ส่วนใหญ่เป็นผัดเผ็ดใส่เครื่องแกงหนัก ๆ แต่แซ่บเผ็ดอย่าบอกใคร

  กับข้าว ข้าวแกงแสนตุ้ง

 ซื้อของฝาก : ชมตลาดขลุง        

                 หลังจากอิ่มมื้อเที่ยงเข้าที่พักกันเรียบร้อย วันนี้มีเวลาเพียงครึ่งวันต้องรีบทำเวลาเพราะต้องหาซื้อของฝาก และของฝากดี ๆ ที่ขึ้นชื่อของที่นี่ไม่ได้หาซื้อได้ทั่วไปอย่างกุ้งแห้งและปลาเค็มอย่างดีต้องไปที่ อำเภอขลุง ต้องขับรถออกไปจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 30 นาที แต่หาไม่ยากพอมาถึงสี่แยกไฟแดงใหญ่เลี้ยวขวาตรงไปเรื่อย ๆ ก็จะพบตลาดสดเมืองขลุงอยู่ซ้ายมือ ที่นี่กุ้งแห้งกรอบอร่อย ไม่เค็มโดยเฉพาะกุ้งแห้งอบ ขายราคากิโลกรัมละ 1,100 บาท แต่ถุงละครึ่งกิโลก็ดูเยอะเพราะพออบแห้งแล้วทำให้กุ้งเบา ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ ปลากุเลาเค็ม มีให้เลือกทั้งแบบแดดเดียวและแบบเป็นปลาเค็ม ดิฉันชอบแบบปลาเค็มและต้องตัวใหญ่ ๆ เพราะเวลาทอดเนื้อจะฟูอร่อยเหมาะกินกับข้าวต้มกุ๊ย เจอปลาเค็มนายว๊าก(ชื่อนี้จริง ๆ) กับกุ้งแห้งเจ๊ติ๋มเท่านั้นแหละ กว้านซื้อกันจนกระเป๋าเบา

 

ตลาดสดขลุงเป็นตลาดที่สะอาดมากได้รับรางวัลแทบทุกปี

   

 

 

 

 

 

  

                 ซื้อของฝากเสร็จสรรพ ขากลับพวกเรานั่งดม Air refresher กลิ่นปลาเค็มไปตลอดทางไม่รู้เหมือนกันว่าอีกกี่วันกลิ่นถึงจะหมดไป ปีใหม่สัญจรปีนี้ได้เที่ยวแบบเที่ยวจริง ๆ ไม่ใช่แบบชะโงกทัวร์เหมือนทุกครั้ง เดินทางท่องเที่ยวต้องมีการสัมผัสจับต้อง ต้องมีกิจกรรมร่วมกันถึงจะคุ้มค่า เด็ก ๆ ของดิฉันช่างสังเกตบอกว่า ปีนี้แม่หลั่นล้า! กว่าใคร ไม่สนล่ะเที่ยวก็ต้องสนุก ต้องมีลุยบ้างในบางโอกาส อย่าได้แคร์สื่อ! ฮิฮิฮิ   Happy new year

Advertisements

6 responses to this post.

  1. ปรัดสัน – mp ถ่ายภาพ
    แม่ รายงาน

    จบข่าว

    ตอบกลับ

  2. Posted by พี่แก้วค่ะ on มกราคม 4, 2011 at 4:42 pm

    ครอบครัวที่เเสนน่ารัก อ่านแล้วอุ่นค่ะคุณแม่

    ตอบกลับ

  3. Posted by หนูแจ๋ว on มกราคม 5, 2011 at 3:30 am

    พี่โป่ง
    เป็นทัวร์ที่สุดยอดมากเลยค่ะ อาหารอร่อย บรรยากาศดี ไปกะที่รักด้วย
    มีความสุข เหมือนได้ไปด้วยเลยค่ะ
    แจ๋ว

    ตอบกลับ

  4. Posted by แก้ม on มกราคม 5, 2011 at 4:28 am

    อาหารน่ากินทั้งนั้นเลยยยยย

    ตอบกลับ

  5. น่าไปและน่ากินเป็นที่ซู้ด อิจฉ้า..อิจฉา

    ตอบกลับ

  6. เหนรูปอาหารแล้วคิดถึงค.อร่อยมากกกกกกก หิวเลยยยย อยากกินอีกกกกก อร่อยทุกอย่างแบบไม่น่าเชื่อว่าเค้าจะทำอาหารเก่งขนาดนี้!!!!!! สรุปคือประทับใจทุกอย่างงงงเลยยย

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: