ด้วยอาลัย รศ.ประทุมพร วัชรเสถียร

                 ดิฉันไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อนแต่บังเอิญเคยดูรายการทีวี.เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนโดยมี รศ.ประทุมพร วัชรเสถียรเป็นผู้ดำเนินรายการต้องยอมรับว่าท่านเป็นผู้วิเคราะห์เรื่องราวต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศแถบทวีปยุโรปได้แตกฉาน คล่องแคล่วออกรส ด้วยสำเนียงภาษาไพเราะที่มีเอกลักษณ์ทั้งภาษาไทยและพูดอังกฤษ เป็นคนพูดบางครั้งก็เนิบ บางครั้งก็รัวเร็วแต่ในถ้อยคำนั้นมีความกังวาล ชัดถ้อยชัดคำตามแบบฉบับของนักเรียนนอกผู้คงแก่เรียน จำไม่ได้ว่าติดตามดูนานเท่าไรแต่รู้สึกจับใจตัวท่านลึก ๆ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดตามรายการอีกเลยจนมีรายการอื่นมาแทนที่ กระนั้นดิฉันก็ยังได้พบท่านอีกผ่านทางนวนิยายในนิตยสาร”สกุลไทย” ที่ซื้ออ่านประจำมานาน ในนามปากกา “ดวงใจ” เนื่องจากเห็นชื่อเรื่องก็ชวนให้ติดตามแล้ว อย่าง www.คุณย่าดอทคอม หรือเรื่องสั้นอย่าง “เมื่อแม่มีหนูพุก” ลักษณะการเขียนของดวงใจเป็นการบรรยายตัวละครอย่างเห็นภาพ เลยไปถึงอุปนิสัยของตัวละครแต่ละตัว โดยเฉพาะสารคดีเชิงประวัติศาสตร์ที่ดิฉันติดงอมอย่าง ย่ำสนธยาโรมานอฟ เบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษ ฮิลลารี คลินตัน เส้นทางสู่ทำเนียบขาว หรืออังกฤษยังไม่สิ้นมนต์ขลัง ฯลฯ ที่ผู้เขียนช่างเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์หรือบุคคลได้อย่างลึกซึ้งเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ นิยายหรือสารคดีของ รศ.ประทุมพรเมื่ออ่านจบแต่ละตอนแล้ว ทำให้ต้องรอคอยวันหนังสือวางแผงด้วยความทุกข์ทรมาน

  

อาลัย รองศาสตราจารย์ ประทุมพร วัชรเสถียร ผู้จากไป  

             เหตุผลหนึ่งที่ดิฉันอดที่จะเขียนแสดงความอาลัยไว้ไม่ได้และต้องขออนุญาตครอบครัว “วัชรเสถียร” ไว้ ณ ที่นี้ เนื่องจากเมื่อหลายเดือนก่อนดิฉันได้พบตัวท่านโดยบังเอิญจากการพาคุณยาย(แม่) ไปตรวจลำไส้ใหญ่ตามกำหนดนัดของคุณหมอที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ตึก ภปร.ชั้น 6  ซึ่งวันนั้นก็เป็นวันปกติที่มีคนไข้พลุกพล่านแน่นจนหาเก้าอี้นั่งแทบไม่ได้ในตอนแรก แต่พอจะมีที่ว่างเอาตอนเกือบ 11.00 น. โชคดีที่คุณยาย(แม่) พบเก้าอี้ว่างใกล้ตัวพอดี ส่วนดิฉันไม่มีเก้าอี้แต่ก็เต็มใจยืนรอ…การรอคุณหมอมาตรวจมีข้อให้เพลิดเพลินอย่างหนึ่งคือ ได้มีเวลาดูคน ทั้งคนไข้ ญาติคนไข้  นางพยาบาล คุณหมอ เจ้าหน้าที่ คนทำความสะอาด คนขายของ ฟังเสียงคนไข้พูดคุยปะปนไปกับเสียงไอ จาม เป็นระยะ พลันดิฉันก็เห็นรถเข็นนั่งคันหนึ่งผ่านหน้าไปจอดรอบริเวณหน้าห้องตรวจ หากไม่ตั้งใจก็เหมือนรถเข็นคนไข้ทั่วไป แต่ลักษณะคนไข้ทำให้ดิฉันต้องหันไปมองซ้ำเพราะรู้สึกคุ้นหน้า นอกจากเธอจะใส่เสื้อยืดแขนยาวสีแดงสดสะดุดตาแล้ว ศีรษะของเธอยังถูกโพกไว้ด้วยผ้าผืนสวย ใบหน้านิ่งสงบกับ pocket book ที่ถืออ่านมาตลอดทาง แต่ดวงตาภายใต้แว่นสายตาคู่นั้นมันสวยใสเหลือเกิน ดิฉันไม่เห็นแม้แต่อาการเจ็บป่วย…เธอจึงไม่เหมือนคนไข้อื่นนอกจากความเป็นตัวของตัวเองที่เด่นชัดมาก รถเข็นถูกเข็นออกไปด้านนอกอีกครั้งโดยผู้ชายสูงอายุเช่นเดียวกัน ที่แต่งกายด้วยเสื้อโปโลสีขาวสะอาดทับชายไว้ในกางเกงขาสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยสีครีม สวมถุงเท้ารองเท้าผ้าใบเรียบร้อยเหมือนชาวต่างชาติที่นิยมแต่งกายแบบลำลองขาสั้น รถเข็นค่อย ๆ ผ่านหน้าดิฉันไป ใช่แล้ว…คุณประทุมพร วัชรเสถียร เพิ่งเห็นตัวจริงท่านวันนี้ และผู้ชายสูงอายุท่านนั้นก็น่าจะเป็นอาจารย์ธีระ วัชรเสถียรสามีของท่าน ไม่นานพยาบาลหน้าห้องก็ออกมาตะโกนเรียก “คุณประทุมพร” ดิฉันดีใจที่จำคนไม่ผิดแต่ก็เอะใจที่เหมือนไม่มีใครรู้จักท่าน แต่ก็ช่างมันเถอะเพราะอย่างน้อยดิฉันก็รู้สึกถึงความมีคุณธรรมในตัวท่านที่นั่งรอเข้าคิวพบคุณหมอเช่นเดียวกับคนไข้อื่นอย่างเคารพในสิทธิของพลเมืองแม้ตัวเองจะเจ็บป่วยมากน้อยเพียงใดก็ตาม และขอยกย่องสามีของท่านอย่างน่านับถืออีกด้วยเพราะในวันนั้นดิฉันเห็นมีเพียงผู้ชายสูงอายุคนนี้เท่านั้นที่เข้าไปพบคุณหมอ รอใบนัดจากพยาบาล เข็นรถเองทั้งหมด คนเราในยามแก่เฒ่าหรือยามเจ็บป่วยจะมีใครที่ไหนเล่าที่ยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เราได้ถ้าคนนั้นไม่ใช่…คนที่เรารัก…

              ดิฉันทราบข่าวการจากไปของ รศ.ประทุมพร วัชรเสถียร จาก “สกุลไทย” และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เกี่ยวข้อง ทั้ง ๆ ที่ดิฉันก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ เลยกับความเป็นมาในชีวิตของท่าน แต่ในความเป็นมนุษย์คนหนึ่งและได้อ่านเจอข้อเขียนของท่านที่เขียนไว้เป็น มุมชีวิตของตัวเองไว้อย่างน่าสนใจว่า“…ฉันจะรู้จักมี “มุมชีวิต” ของตัวเอง หมายความว่า ฉันจะต้องรู้ข้อจำกัดของบทบาทของฉันว่า ควรยุ่งเกี่ยวกับชีวิตคนอื่นมากน้อยเพียงใด และควรพอใจบทบาทความเป็น “คนนอก” ของตัวเองเพียงใด ฉันจะต้องรู้ว่า ไม่ว่าฉันจะเป็นภรรยา หรือแม่ หรือพี่ หรือย่า หรือยายของผู้ใด ฉันย่อมไม่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของคนเหล่านั้น หากฉันถูกขอคำปรึกษาหารือ ฉันจะให้คำปรึกษาที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ฉันจะไม่โกรธเคือง หรือเก็บเอามาเป็นอารมณ์หากบุคคลเหล่านั้นไม่ปฏิบัติตามข้อแนะนำของฉัน ฉันจะมีแค่หูเปิด ตายิ้ม ปากปิดต่อพวกเขาเหล่านั้น…” ดิฉันอ่านจบน้ำตาก็รื้นขึ้นมาอย่างคนสำนึกผิด เกิดสำนึกขึ้นกับตัวเองว่าสิ่งที่ได้ทำลงไปในหลาย ๆ เรื่องกับลูก ๆ กับครอบครัว ญาติพี่น้องอาจสร้างความคับข้องหมองใจให้กับพวกเขาอย่างไม่อาจเรียกความรู้สึกดี ๆ บางอย่างกลับคืนมาได้ รองศาสตราจารย์ ประทุมพร วัชรเสถียร เป็นคนที่มีคุณธรรม มีความหนักแน่นยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม แม้ในยามที่ท่านจากไปก็ยังคงเหลือคุณค่าการใช้ชีวิตเป็นอานิสงส์สำหรับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ไตร่ตรองให้ทุกย่างก้าวของชีวิตมีความเป็นธรรมชาติ สวยงามอย่างที่ควรจะเป็น…       

     

                                                                          ขอร่วมแสดงความอาลัย

 

Advertisements

8 responses to this post.

  1. ถึงจะไม่รู้จักแบบแฟนพันธุ์แท้ แต่พออ่านแล้วซึ้งตามเลยค่ะ ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุขคตินะคะ

    ตอบกลับ

  2. ส่วนตัวไม่รู้จักท่าน แต่ติดตามผลงานท่านเสมอๆ ชื่นชมครับ และเสียดายที่ท่านจากไป คนดีๆๆทำไม่มีเวลารับใช้โลกและสังคมน้อยนัก

    ตอบกลับ

  3. ค้นหามาเจอพอดีค่ะ ขอบคุณค่ะสำหรับบทความดีๆเช่นนี้

    ตอบกลับ

  4. Posted by สุนีย์ on เมษายน 24, 2011 at 3:09 am

    เป็นแฟนทางตัวหนังสือของอาจารย์ เคยได้ยินแต่เสียงทางวิทยุ เห็นบ้างในทีวี และได้พบตัวจริงเมื่อสมัครไปทัวร์อังกฤษกับคณะสกุลไทย อาจารย์มีข้อให้ประทับใจมากมาย อาจารย์เป็นคนคล่องแคล่วว่องไว ท่านเล่าว่า ชอบทำกับข้าวเอง ขัดรองเท้าเอง เลี้ยงหลาน งานเขียนหนังสือ งานวิทยุ ฯลฯ ก็สงสัยว่าท่านทำได้อย่างไร แม้แต่โทร.นัดหมายลูกทัวร์ ท่านก็โทรด้วยตัวเอง ตอนรับสายก็งงๆ แต่จำเสียงได้ บางครั้งเสนอตัวช่วยท่านทำอะไรบางอย่าง ท่านยกมือไหว้ขอบคุณเราซึ่งเด็กกว่า ก็เอ๋อเลย บนรถระหว่างท่องเที่ยว ท่านก็มีเรื่องเล่ามากมาย ร้องเพลงลูกทุ่งอย่างลูกทุ่ง สนุกสนาน
    ได้รางวัลเป็นหนังสือ 2 เล่ม เบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษ เล่ม 1-2 ก็คิดว่าเป็นเรื่องโบราณคงเข้าใจยาก ไม่ได้สนใจนัก แต่ได้จากอาจารย์ถือเป็นของมีค่า ค่าที่ปลื้มอาจารย์มาก ทิ้งไว้เป็นปี วันหนึ่งว่างมากก็หยิบมาอ่าน นับจากหน้าแรก วางไม่ลงเลย อ่านประวัติศาสตร์อังกฤษตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์เรียบเรื่อยมาจนปัจจุบัน อาจารย์สามารถเรียงร้อยเรื่องได้น่าสนใจ ไม่เบื่อ ไม่สับสน เก็บความประทับใจพร้อมกับเพิ่มความปลื้มในตัวอาจารย์ขึ้นไปอีก เจอเพื่อนที่เป็นนักอ่าน ก็จะแนะนำให้อ่านเบื้องหน้าฯ พร้อมกับส่งหนังสือไปให้อ่าน ก็ได้รับผลที่น่าพอใจ เพื่อนก็ชอบค่ะ
    ประมาณต้นเดือนธันวาคม 2553 ได้มีโอกาสพบกับอาจารย์ปิยาเพื่อนของอาจารย์ประทุมพร ได้ทราบข่าวว่าท่านไม่สบาย ก็ฝากความคิดถึงท่าน เรียนว่าท่านจำลูกทัวร์ได้ไหม ยังระลึกถึงท่าน หลังจากนั้นสักสัปดาห์ มีโทรศัพท์เข้ามือถือจากผู้ช่วยของอาจารย์ แจ้งว่าอาจารย์พูดไม่สะดวก อาจารย์จำดิฉันและน้องได้ ถามข่าวถึงน้อง ดิฉันก็ได้โอกาสขอบคุณที่อาจารย์เขียนหนังสือดีดี ดิฉันได้อ่านหนังสือที่รับรางวัลจากอาจารย์จนจบอย่างรวดเร็วและประทับใจมาก ทั้งหมดที่คุยกัน ก็ถ่ายทอดโดยผู้ดูแลอาจารย์ ช่วงเวลาที่คุยไม่กี่นาที แต่เป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับดิฉัน อาจารย์ใส่ใจกับทุกสิ่ง อาจารย์ไม่เคยแสดงความอ่อนแอใดใดเลย ดิฉันจึงไม่ได้คิดเลยว่า อาจารย์จะจากไปอย่างรวดเร็วอย่างนี้
    เกิดความเสียดายความสามารถที่อาจารย์มีในตัวมากมาย เมื่อทราบข่าวจากเพื่อนตอนนั่งเครื่องไปเที่ยวอินเดียตอนปลายธันวาคม ก็ตกใจมาก ความที่ต้องเคลียร์งานก่อนไปเที่ยว ก็ไม่ได้ดูข่าว กลับมาก็รีบหาข่าวมาอ่าน จากสกุลไทยบ้าง อินเตอร์เน็ทบ้าง ทราบว่าท่านได้ฝึกสมาธิและรู้ถึงการอยู่หรือไปอย่างมีสติ ก็คิดว่าจะดำเนินชีวิตอย่างท่าน จะทำให้ไม่ทุกข์จนขาดสติ
    ขอบคุณมากที่มีเรื่องของอาจารย์จากบล็อกนี้มาให้อ่าน ก็ยังแสวงหาเรื่องของอาจารย์อ่านอยู่เรื่อย ๆ ด้วยความชื่นชม และทำให้อยากแชร์เรื่องที่ตัวเองได้พบมาด้วย ก็เป็นครั้งแรกที่เขียนอย่างยืดยาว นี่ก็เพิ่งสั่งซื้อหนังสือของอาจารย์อีกหลาย ๆ เล่ม มาสต็อคไว้ ทยอยอ่าน กำลังอ่าน “อังกฤษผ่านพบ..ไม่ผ่านเลย”
    ขอร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปอาจารย์ประทุมพร วัชรเสถียร

    ตอบกลับ

  5. Posted by สุนีย์ on เมษายน 24, 2011 at 3:13 am

    หมายเหตุ กำลังจะแก้ไขเพิ่มเติมและทบทวนที่เขียน มันก็โพสท์ไปเอง ขาดตกบกพร่องขออภัย

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: