เที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

               ใกล้ถึงวันพระใหญ่และมีวันหยุดหลายวัน เด็ก ๆ ทั้งคนพี่ คนน้อง(ตัวโต) ต่างก็โทรมาบอกว่าจะกลับบ้าน คิดถึงบ้านล่ะซี้!….(Thailand… only…) เขาเรียกว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่อุ่นใจเหมือนบ้านเรา…แต่ที่แน่นอนคือ มาบ้านทีข้าวไม่ต้องซื้อ น้ำไฟไม่ต้องจ่าย มีคนซักผ้าหุงข้าวให้ทุกมื้อ มีทีวี.ให้นอนผึ่งดูทั้งวัน แต่ขอโทษพอกลับไปแม่ต้องนอนก่ายหน้าผากกับบิลค่าไฟ และสัมภาระรก ๆ ที่ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า เฮ้อ!…นิสัยไม่เปลี่ยนมันเหมือนกันทุกบ้านมั้ยเนี่ย!? บ่นมาก ๆ เข้ามีแหย่  “เวลาหนูไม่อยู่เดี๋ยวแม่จะคิดถึง”  ก็จริงเหมือนรู้ใจไม่อยู่ก็คิดถึงมาให้เห็นก็ชื่นใจแต่อยู่ไป อยู่ไปก็สามารถทำให้บ่นได้จนถึงวันส่งขึ้นรถกลับ หมุนเวียนอยู่เช่นนี้เป็นวัฏจักรประสาแม่ลูกผูกพัน…(ที่ไม่มีวันตาย)…ว่าแล้วคนน้องนั่งรถทัวร์มาถึงก่อนในเย็นวันศุกร์เลยพาไปกินข้าวร้านครัวเก้าคูณเก้า(ได้เจอเชฟสมคำร่ำร้อง…) คนพี่มาอีกวันถึงกลางดึกคืนวันเสาร์ด้วยอาการเหมือนป่วยด้วยโรค sick internet syndrome(ตั้งชื่อเอง) กลุ่มอาการของคนที่หมกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์จนไม่ได้หลับนอน ฟื้นขึ้นมาก็จะมีลักษณะสะโหลสะเหล…แถมยังเอางานมาทำต่อที่บ้าน เฮ้อ!… หยุดยาว 4 วัน ตั้งโปรแกรมไว้เต็มหัวแต่จะได้อย่างที่ตั้งใจไว้รึเปล่า!…ขึ้นอยู่กับสามีที่แทบจะหาตัวจับยาก และอยู่ ๆ คืนวันอาทิตย์สามีก็เอ่ยปากชวน “ไป ตลาดสามชุก สุพรรณบุรีกัน” ทุกคนร้อง…เย้!!!!!! อย่างยาวนาน “ค้างคืนมั้ยพ่อ!?” “ค้างสิ 1 คืน” งานนี้ผู้เขียนดูเหมือนจะดีใจกว่าใครเพราะวิญญาณนักช้อปคนเดินตลาดเข้าสิงทันที “เช็คอินเตอร์เน็ทเร็ว มีที่พักว่างรึเปล่า!?” แต่งานนี้ดีใจแค่แว๊บเดียว “ไม่มีซักแห่งเลยพ่อทั้งในสามชุก ทั้งในเมืองสุพรรณ” คอตกหน้าเหี่ยวขึ้นมาฉับพลันนึกในใจ มันจะมีได้ยังไง…ะ! บอกวันนี้ไปพรุ่งนี้ พอความคิดที่  1 เจ๊ง ความคิดที่ 2 ก็ผุด “งั้นไปใกล้ ๆ ไม่ต้องค้างคืน เอ้าเสนอมา” คนน้องเสนอเขาใหญ่ คนพี่ตามใจทุกคน คนแม่เสนอเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (หลังจากที่ไปมาครั้งสุดท้ายเมื่อเกือบ  7 ปีก่อน)  คนพ่อก็แล้วแต่เสียงส่วนใหญ่แต่ถ้าไกลไปก็ขอใช้สิทธิเปลี่ยนสถานที่เพราะต้องเป็นโชเฟอร์ เมื่อคะแนนเท่ากันเลยต้องอาศัยฐานะความเป็นแม่ที่มีน้ำหนักมากกว่าตามระบอบประชาธิปไตย สรุปไปเที่ยวเขื่อนกัน รุ่งขึ้นออกจากบ้านเกือบ 11.00 น. วันนี้อากาศเป็นใจอย่างยิ่ง ท้องฟ้าไม่มีแดด ถนนในวันฟ้าหมองครึ้มก็สวยไปอีกแบบ

                                         

                                          

                                                    ออกเดินทางด้วยบรรยากาศอึมครึม…ปลอดแดดและฝน

                 แวะกินกลางวันกันก่อนที่อำเภอสีคิ้ว ร้านสุกี้สีคิ้ว ขอบอกว่าเป็นสุกี้ที่อร่อยที่สุดในโลก(อีกแล้ว) ร้านธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดา เพราะที่นี่เขาอร่อยตรงน้ำจิ้มที่ทำจากเต้าหู้ยี้ผสมพริกกระเทียมไม่ใช่สูตรซอสพริกซอสมะเขือเทศ บรรดาเนื้อหมู ตับ ไก่ก็จะหมักกับไข่ขาวและเครื่องปรุงอย่างดี เวลานำเครื่องทั้งหมดลงต้มน้ำสุกี้จะข้นทุกคำตั้งแต่ต้นจนจบ ลวกจิ้มซดน้ำขอดกันจนน้ำไม่เหลือติดก้นหม้อ เจ้าของคงภูมิใจที่ลูกค้ากินกันจนไม่เหลือเศษ…

                                        

                                              

                                                                         สุกี้ยากี้ที่อร่อยที่สุด…                                                   

                 ออกจากร้านสุกี้ประมาณเกือบบ่ายโมง โชเฟอร์ให้เวลาเข้าห้องน้ำซื้อกาแฟและออกเดินทางโดยใช้เส้นทางถนนมิตรภาพพอถึงอำเภอมวกเหล็กก็ยูเทิร์นเข้าไปทางน้ำตกเจ็ดสาวน้อย เส้นทางมวกเหล็ก-วังม่วง สาย 2089  จาก จ.นครราชสีมาไปถึงที่ตั้งของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ประมาณ 145 กิโลเมตรถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใช้เวลาไม่มาก ตลอดเส้นทางที่ผ่านส่วนใหญ่สองข้างทางจะทำไร่มันสำปะหลัง ไร่ข้าวโพด ไร่หญ้าซึ่งเป็นหญ้าใบใหญ่หนาน่ากินมาก(อิจฉาวัว ควาย) มีไร่องุ่นบ้างประปราย ที่สำคัญเท่าที่สังเกตเห็นที่พักรีสอร์ทขยายตัวทั่วไปหมด ขับมาได้ประมาณเกือบ 40 นาทีเป็นช่วงเข้าสู่อุโมงค์ต้นไม้แต่น่าจะเป็นอุโมงค์ที่ถูกตัดแต่งเพื่อรอฤดูฝนเลยดูไม่หนาทึบเท่าไหร่แต่ก็สวยให้บรรยากาศว่าได้ลอดอุโมงค์  ชมวิวเรื่อย ๆ จนมาถึงสี่แยกป้ายบอกทางว่าเข้าอ.วังม่วงอีก 18 กิโลเมตร และอีก 25 กิโลเมตรจึงจะถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ แต่ตอนนี้พืชไร่สองข้างทางได้เปลี่ยนไปเป็นไร่อ้อยเสียส่วนใหญ่ มิน่าเห็นมีโรงงานน้ำตาลทรายขนาดใหญ่ตั้งอยู่หลายแห่งแต่แปลกใจที่ทำไมถึงตั้งอยู่ใกล้เขื่อนป่าสักฯ มาก และเมื่อมองจากสะพานข้ามแม่น้ำก็ยังเห็นโรงงานน้ำตาลตั้งอยู่ไม่ห่างจากแม่น้ำป่าสักเช่นกัน เลยไม่แน่ใจว่าโรงงานเหล่านี้ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมหรือไม่

                                       

                                       

                                       

                                                                           กำลังลอดอุโมงค์ต้นไม้

                  ไม่กี่อึดใจเราก็มาถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากแหล่งข้อมูลเขื่อนนี้เกิดขึ้นจากสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีพระประสงค์จะช่วยเหลือราษฎรที่อาศัยอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำป่าสักและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาบางส่วนที่ต้องเผชิญกับปัญหาความแห้งแล้งและอุทกภัยมายาวนาน เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม  2537 ใช้เวลาในการก่อสร้าง 5 ปี แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2542 และถือเป็นเขื่อนดินที่กักเก็บน้ำที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทย ตัวเขื่อนมีความยาวประมาณประมาณ 4,860 เมตร ตั้งแต่ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรีทอดยาวไปถึง ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้สร้างประโยชน์ให้กับราษฎรในเขต 2  จังหวัดโดยเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ชลประทานใหม่ประมาณ 135,500 ไร่ ในพื้นที่โครงการชลประทานเดิมอีกประมาณ 2,200,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำเสริมเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและอุทกภัยในเขตกรุงเทพมหานคร ถึงแม้ว่าการก่อสร้างเขื่อนจะส่งผลกระทบต่อราษฎรในจังหวัดลพบุรีและสระบุรีแต่ทราบมาว่าทางราชการได้อพยพและจัดที่อยู่ให้โดยราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนได้รับค่าชดเชยพิเศษอย่างสูงสุดครบถ้วนทุกคน (ข้อมูลจาก สถาบันพัฒนาการชลประทาน www.kromchol.rid.go.th)  

                                       

                                                         ซื้อตั๋วขึ้นชมวิวบนหอคอยเฉลิมพระเกียรติ

                                         

                                        

                                                                   ทัศนียภาพบริเวณเขื่อนสวยงามมาก

                  วันนี้ผู้คนภายในเขื่อนคึกคัก ร้านขายของที่ระลึกมีไว้บริการนักท่องเที่ยวมากมาย มีทั้งรถพ่วงสำหรับพานักท่องเที่ยวชมวิวตามสันเขื่อน หอคอยเฉลิมพระเกียรติ 7 ชั้นสำหรับชมนิทรรรศการเฉลิมพระเกียรติบูรพมหากษัตริยาธิราช และขึ้นชมวิวและทัศนียภาพโดยรอบเขื่อน ในมุม 360 องศา  ถ่ายรูปเก็บความทรงจำสวย ๆ และก็ถึงเวลาต้องเดินทางกลับเนื่องจากยังมีโปรแกรมรออยู่ข้างหน้า

ร่มดอกทานตะวัน

                  ออกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เวลาประมาณ 16.00 น. ขากลับต้องขับรถแข่งกับแสงตะวันเพื่อให้ทันเวลาถ่ายรูปที่เขาใหญ่ แต่พอมาถึงมวกเหล็กรถขาออกที่จะเข้ากรุงเทพฯ ก็ติดเป็นแพ ดังนั้น เส้นทางลัดที่จะยูเทิร์นไปเขาใหญ่ก็ไม่สามารถเลี้ยวได้ซะแล้ว เขาเอาแผงมากั้นประมาณ 2 ยูเทิร์นกว่าจะได้เลี้ยววกรถกลับปาเข้าไปเกือบ 3 กิโลเมตรทำเอาเกือบเปลี่ยนใจกลับโคราช เด็ก ๆ ร้องกันเซ็งแซ่ไม่ยอม…ไม่ยอม พอเข้าเส้นทางลัดได้เห็นต้นไม้ภูเขาเขียว ๆ ใจก็เย็นลง เสียอย่างเดียวภูเขาต้นไม้เขียว ๆ ถูกเบียดแทรกด้วยที่พักโรงแรมสะดุดลูกตาไปหมด โอ้…เขาใหญ่ที่รักถูกนายทุนจับจองที่ดินภูเขาเกือบหมด เวลานี้ความเงียบสงบเสน่ห์ความงามที่มีอยู่ตามธรรมชาติมันแทบไม่เหลือแล้ว ; – ( เที่ยวไปบ่นไปได้เวลากินข้าวเย็นที่เขาใหญ่ทันเวลาพอดี ที่ “ร้านครัวเขาใหญ่” จากร้านเล็ก ๆ ช่วยกันในระบบครอบครัวพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ลูกหลาน เดี๋ยวนี้ต้องขยายร้าน ขยายครัว เพราะความโด่งดังและอร่อยของหมูแฮมรมควัน แฮมกระดูกหมูรมควันที่ทำเอง ฟองเต้าหู้ญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อและพายแอ๊ปเปิ้ลที่แสนอร่อย (แต่เพื่อน ๆ ไม่ยักอร่อยด้วย)  คนแน่นจนต้องแจกบัตรทอง เอ๊ย! บัตรคิว บททดสอบสำหรับความอดทนของคนทนหิว  พิสูจน์ใจว่าเย็นขนาดไหนในการรอสั่งอาหาร จนเกิดการอภิปรายกลุ่มหาข้อสรุปว่าทำไมเขาถึงต้องแจกบัตรคิว? แจกแล้วไม่ดีตรงไหน? เร็วขึ้นหรือยิ่งทำให้สับสน? “คิวที่ 16 ค่ะ” “อยู่นี่คร้าบบบบ” พร้อมกับชูมือขวาจนสุดแขน เกิดมาไม่เคยดีใจเท่ากับการรอ…รอ…แล้วถูกเรียกคิวที่ 16…อย่างนี้มาก่อนเลย อารมณ์นี้ต้องรีบตะโกนเพราะกลัวคนขานคิวไม่ได้ยินแล้วเลยคิวตัวเอง สวรรค์ทรงโปรด! ได้สั่งอาหารแล้ว เรื่องสั่งอาหารที่นี่ต้องสั่งรวดเดียวจบเช่นกันถ้าสั่งซ้ำคิวของคุณก็จะถูกเลื่อนออกไป(ไกลมาก) และจะทำให้การdinner ของคุณขาดช่วงจนต้องห่อกลับบ้าน รายการอาหารในขณะหิวโซจึงถูกกระหน่ำออกมา…ดังนี้  ฉู่ฉี่ปลาช่อน  แพนงเนื้อ  แกงป่าไก่  ไข่เจียวปลาเค็ม  ฟองเต้าหู้ทอด  แฮมกระดูกหมูทอด  ลาบหมูทอด ข้าว 1 โถ เอร็ดอร่อยอิ่มแปร้…คิดเงินเช็คบิลทั้งหมดเป็นเงิน 700 กว่าบาท

                                        

                                                             แวะซื้ออโวคาโดหน้าร้านครัวเขาใหญ่

                                       

                                       

                                       

                                                    มื้อเย็นของบัตรคิวที่ “ครัวเขาใหญ่” ถ่ายให้ดูพอสังเขป            

                    เวลาเกือบ 1 ทุ่มกินเที่ยวไปเรื่อยของเราก็จบลงที่ outlet ปากช่อง ไปเที่ยวไม่ช้อปก็กระไรอยู่ สามีและเด็ก ๆ ต่างคนต่างแยกย้ายกันช้อป ผู้เขียนไม่ได้ช้อปแต่มีวีรกรรมดันไปลืมกล้องตัวใหม่ของสามีไว้ในห้องน้ำ ประเภทลืมสนิทศิษย์เส่ย! เหมือนกับชาตินี้ไม่เคยครอบครองกล้องใด ๆ ดู๋..ดู..คนเรา แต่โชคดีและสามีดลใจให้หลวงพ่อคูณช่วยหาให้เจอ ปรากฎว่าลูกค้า outlet ไปพบคนลืมกล้องไว้ในห้องน้ำแล้วเอามาคืนให้ที่เคาท์เตอร์แลกของขวัญได้โทรขอบคุณคุณคนดีคนนั้นแล้ว ในโอกาสนี้ต้องขอขอบคุณ “คุณตุ้ย” เป็นอย่างสูงอีกครั้งที่พบกล้องตัวนั้นนะคะ ระหว่างเดินทางกลับสะกิดถามสามีเบา ๆ ว่า ถ้าเกิดกล้องหายไปจริง ๆ คุณสามีจะทำอย่างไร ได้รับคำตอบว่า “ถามได้ ก็ต้องซื้อใช้น่ะสิ” หือ!!  : – ( (ใจร้าย ) การเดินทางก็ต้องสิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้แล้วพบกันใหม่นะคะ บาย….

Advertisements

20 responses to this post.

  1. Posted by มะปราง on กรกฎาคม 28, 2010 at 5:39 pm

    ไปเที่ยวครั้งนี้ ไม่มีใครพาmpไปถ่ายรูปที่ปาลิโอ้เลย เสียใจจจ 😥
    แต่ก็ยังดีได้ไปกินของอร่อย ที่ครัวเขาใหญ่ และปิดท้ายด้วยการช๊อปปิ้งงงง
    ฮี๊ๆๆๆๆๆ
    ปล. ทริปหน้าไปทะเล๊ได้แล้ววววมัมมี๊

    ตอบกลับ

    • ปาลิโอ้น่ะหรือ!? ก็เห็นด้วยกันไม่ใช่หรือว่า นั่นก็..คน.. นี่ก็..คน..ค้น..คน แค่เห็นและคิดตามก็เหนื่อยแล้ว ไม่ต้องแกล้งเป็นเศร้า รู้ทันว้อย…เด็กดิฉันแค่โยนอาหาร พาไปหย่อนแถวห้าง ทั้งงับทั้งช้อปแตกกระจายค่ะ

      ตอบกลับ

  2. Posted by มะปราง on กรกฎาคม 28, 2010 at 5:45 pm

    แม่เขียนแล้วอ่านได้สนุกมากกกกกอ่าาา

    ตอบกลับ

  3. Posted by ขนมปัง on กรกฎาคม 28, 2010 at 6:20 pm

    คุณแม่ แอบเป็นนักเขียนมาก่อนรึป่าวคะเนี่ย ว่าแต่พรีเซ็นเตอร์อโวคาโด หน้าคุ้นนะคะ เด๋วคราวหน้าหนูมาติดตามอีกค่ะ

    ตอบกลับ

    • แม่ค้าอโวคาโดคนนี้ชาติที่แล้วคงเป็นนางแบบ…โพสตลอดดดดด…เหมือนอยู่ในโลกนี้คนเดียว หน้ากล้องจริง..จริ๊ง..

      ตอบกลับ

  4. Posted by ป๊อป on กรกฎาคม 29, 2010 at 3:58 am

    ทำหน้าปกให้เสร็จแล้วนะแม่ ลองเข้าไปดูเน้อ
    http://www.kukwanstyle.com

    ตอบกลับ

  5. อ่านแล้วเพลินดีค่ะ ยังไม่เคยไปเขื่อนนี้เลย แต่เค้าบอกกันว่าสวย + อลังการมาก

    ตอบกลับ

  6. โชคดีที่ไม่ได้ไปสามชุกไม่งั้นได้เจอหัวดำๆที่เบียดเสียดกันแทนเห็นหน้าแม่ค้า
    เสาร์-อาทิตย์ คนยังเยอะ หยุดยาวยังงี้ไม่ต้องพูดถึง
    คิดถึงสุกี้สีคิ้ว ห่างหายไปนาน
    ส.ส.บอกว่าอีกหน่อยโคราชจะมีหอชมเมืองที่หัวทะเลแข่งกับบรรหารบุรี

    วันหยุดนี้ได้ไปทำคะแนนให้ตัวเอง ไปเที่ยวชะอำกับครอบครัวว่าที่พ่อตาแม่ยาย
    แม้ไม่ได้เกี่ยวก้อยหวานใจเดินเตะน้ำชายหาด แต่ก็เป็นความสุขบิ๊กๆ
    กินข้าวกลางวันที่ครัวเม็ดทราย บอกว่ามาจากโคราชเป็นเพื่อนสุวัจน์ได้ลดราคาอีกด้วย ดีจัง
    สิทธิประโยชน์มากจริงๆกับชมรมเพื่อนสุวัจน์ รีบไปสมัครกันนะ
    ขากลับแวะอัมพวารถติดยาวเหยียดตั้งแต่ตัวเมืองยันอัมพวาหาที่จอดรถไม่ได้
    เปลี่ยนแผนมาปรองดองที่บ้านบางระมาด
    กินข้าวกับน้ำพริกปลาทูแม่กลอง ผัดกาดวังน้ำเขียว แกล้มกับแหนมเห็ดของฝากจากใจ
    ขอบคุณนะครับสำหรับสูตรเด็ดเคล็ดลับมัดใจหญิง

    ตอบกลับ

    • นึกอยู่เหมือนกันว่าถ้าบังเอิญได้ไปสามชุกวันนั้น jod gmeesuk จะมีเวลาเป็นโชเฟอร์ให้ได้มั้ยน้อ !? ดูแล้วเวลาจะทุ่มให้กับสาวอัยการหมดแล้ว ขอแสดงความยินดีที่ออกสต๊าทวิ่ง 4 x 100 ทำเวลาเข้าถึงว่าที่….ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ดีใจกับผลงานด้วย

      ตอบกลับ

  7. คุณแม่เขียนได้สนุก สดใส ถูกใจวัยรุ่นมากค่า

    ว่าแต่พรีเซนเตอร์อโวคาโดน่ารักนะคะ 😀 ฮี่ๆ

    ถูกใจที่สุดก็ต้องเป็นอาหารการกินนี่แหละค่ะ เห็นภาพแล้วหิวขึ้นมาทันที

    คุณแม่อัพบล็อกบ่อยๆนะคะ แล้วหนูจะมาติดตามอ่าน เก๋ๆค่า 😀

    ตอบกลับ

  8. เคยไปครั้งนึงค่ะ
    แต่ตอนนั้นยังไม่ค่อยดัง
    เลยยังไม่สวย 🙂

    ตอบกลับ

    • Posted by นิรนาม on กรกฎาคม 30, 2010 at 8:55 am

      หาโอกาสไปอีกให้ได้นะคะ จะได้ช่วยให้คนพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นค่ะ และตอนนี้สวยขึ้นเยอะเลย

      ตอบกลับ

  9. แอบอิจฉานะเนี่ย…. แต่ก็ยินดีกับความสุขของคุณพี่และครอบครัวจ้า

    ตอบกลับ

  10. คุณแม่เขียนได้สนุกมากเลยค๊า ., ชอบตรงคนพี่ และ คนน้อง(ตัวโต) จังคะ 555555 ,, อาหารก็น่าทาน มะปรางคงซัดซะไม่เหลือแน่ๆ แล้วจะติดตามผลงานของคุณแม่ไปเรื่อยๆเลยนะคะ :))

    ตอบกลับ

  11. Posted by หมวย on กรกฎาคม 31, 2010 at 5:23 am

    อ่านแล้วคิดถึงบ้านเลยค่ะ อยากกลับไปเจอแม่แบบนี้เหมือนป๊อปกับมะปราง แม่เขียนได้สนุกมากเลยค่ะ ทำให้อยากไปเที่ยวบ้าง 🙂

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: