หมอฉีดยาจำเป็น

                 เคยเล่าไว้ในเข้าครัวเมนูเห็ดหอมแปะก๊วยอบวุ้นเส้นเกี่ยวกับน้ำตาล(เบาหวาน) ของคุณยาย(แม่)ว่า  อยู่ ๆ ค่าระดับน้ำตาลในเลือดก็สูงปรู๊ดขึ้นไปถึง 292 mg/dl ค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสมอยู่ที่ 9.4 ซึ่งไม่เคยสูงถึงขนาดนี้มาก่อนทั้ง ๆ ที่ควบคุมอาหาร ยาเม็ดก็เพิ่มขนาด/ปริมาณ มานึกอีกทีอาจเกิดจากการออกกำล้งน้อยเกินไป มีคนบอกว่า…”เธอปรนนิบัติแม่จนก้นติดพื้นหลังติดที่นอน ทำทุกอย่างให้แม่จนหมดสิ้น เขามีแต่พ่อแม่รังแกฉัน แต่นี่ลูกรังแกแม่” ผู้เขียนก็ไม่อยากจะเห็นเช่นนั้นเพราะถึงอย่างไร เราเป็นลูกเมื่อเห็นพ่อแม่เจ็บป่วยก็ต้องปรนนิบัติดูแล จนตอนหลังเห็นท่าไม่ดีเพราะคุณยาย(แม่)เอาแต่อยู่ในห้อง เปิดประตูเข้าไปดูทีไรก็นอนกรน ครอกกกกก!!ตลอด….ลุกจากที่นอนเดิน 5-6 ก้าวมานั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งหน้าบ้านเพื่อดื่มน้ำRC  ก็นั่งจมอย่างนั้นอยู่นาน…ลุกเดินแต่ละครั้งแขนขาก็ตึงปวดไม่มีวี่แววความกระฉับกระเฉงเหลืออยู่เลย แต่อะไรก็ไม่เรื่องใหญ่เท่ากับสิ่งที่คุณหมอได้อธิบายคราวนั้น …”ค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงติดต่อกัน 2 เดือนคงต้องฉีดอินซูลินแล้วนะคะ” หา…ทำเอาคุณยาย(แม่)มีสีหน้าตื่นตกใจ “ไม่ฉีดไม่ได้เหรอคะคุณหมอ ขอกินยาอย่างเดียว” คนป่วยขอต่อรอง “ไม่ได้แล้วค่ะเพราะทานยาเต็มที่แล้วไม่ได้ผล ถ้าน้ำตาลยังไม่ลงจะอันตราย” ผู้เขียนเลยแทรกถามไปว่า “ถ้าฉีดอินซูลินน้ำตาลลดแล้วต่อไปไม่ต้องฉีดได้มั้ยคะ? ” คุณหมอยังคงยืนยันกระต่ายสองขา(ยิ่งกว่าขาเดียว)แถมฟันธงคอนเฟิร์มปิดประตูใส่กลอน “ถ้าลองได้ฉีดอินซูลินแล้วก็มีแต่ต้องฉีดตลอดไป…” แม่ลูกเงียบกริบ…ตามด้วยอาการจิตตกพะวักพะวง คำพูดสั้น ๆ แต่มีพลานุภาพเหมือนถูกศาลตัดสิน เจ้าความคิดแรก…ฤาจะถึงระยะสุดท้ายของโรคแล้วหรือนี่? เพราะนับแต่นี้ไปคุณยาย(แม่)จะต้องอยู่กับเข็มฉีดยาทุกวันเหมือนถูกคุมขัง อีกด้านเจ้าความคิดที่สอง…ก็แค่วิธีรักษาของหมอถ้าน้ำตาลสูงเขาก็ต้องเพิ่มยา ถ้าขยันออกกำลังกาย ควบคุมอาหารได้ น้ำตาลลด ทำจิตใจให้สบาย อย่างไรเสียหมอก็ต้องปรับยา คงไม่ฉีดอินซูลินไปตลอดชีวิตหรอกน่า… ปลอบให้กำลังใจตัวเองจนระดับการเต้นของหัวใจเข้าสู่ภาวะปกติ ถึงคำถามสำคัญ “แล้วฉีดอย่างไรคะ มีคนสอนมั้ยคะ?”  “มีค่ะ เดี๋ยวมีพยาบาลสอน”

ค่าระดับน้ำตาลในเลือดก่อนฉีดยา 292 mg/dl

น้ำตาลสะสมอยู่ที่ 9.4

                          ออกจากห้องตรวจแบบขาลากแขนห้อยคุณยาย(แม่)ไม่เท่าไหร่แต่คุณลูกได้รับปฏิกิริยาสวนกลับมากกว่า ถึงห้องจ่ายยาได้ยินเสียงเภสัชกรเรียกชื่อคุณยาย(แม่) เพื่อรับยาลดความดัน ยาเบาหวาน ยาละลายลิ่มเลือด ยาบำรุงตับและอธิบายถึงวิธีการใช้ด้วยความคุ้นชิน แต่ที่แปลกออกไป “อันนี้เป็นยาตัวใหม่นะคะเรียกว่า อินซูลิน เดี๋ยวนี้วิวัฒนาการในการใช้อินซูลินสะดวกขึ้นมาก พกพาสะดวกใช้ง่ายเหมือนปากกา ให้ฉีดครั้งละ 10 ยูนิตโดยหมุนเลื่อนตัวเลขไปที่เลข 10 ก่อนฉีดก็หมุนเลื่อนตัวเลขมาประมาณ 1-2 ขีดกดหัวปากกาให้ตัวยาหยดออกจากปลายเข็มนิดนึงเพื่อไล่อากาศ วิธีฉีดนะคะ ยานี้เขาให้ฉีดใต้ผิวหนัง ตามบริเวณหน้าท้องรอบสะดือ ต้นแขน ต้นขา ตามตำแหน่งรูปที่จะให้เอากลับบ้านไปด้วย ก่อนอื่นให้ดึงผิวคนไข้ขึ้นมาแล้วปักเข็มลงไปในแนวดิ่ง  ฉีดเสร็จอย่าใช้แอลกอฮอล์เช็ดเข็มนะคะ ปิดฝาแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น ซัก 2-3 ครั้งก็เปลี่ยนหัวเข็มทีนึง ยานี้ใช้ได้ 30 วันครั้งละ 10 ยูนิต เริ่มฉีดวันนี้ก่อนนอนเลยนะคะ” เภสัชกรเธออธิบายเหมือนเป็นพยาบาลแต่ผู้เขียนกลับได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้าง พลางคิดในใจคนเดียว…นี่มันหลักสูตรเร่งรัดนี่หว่า! ทำไมคิดว่าฉันจะต้องทำได้… ในขณะที่เหลือบเห็นสายตาคุณยาย(แม่)มีความหมายคล้าย ๆ ว่า ก็หนูนั่นแหละเป็นคนฉีด…โอ! ฉีดยา ไม่ได้ ไม่ได้ ฉันทำไม่ได้ รายการนี้ยังไงฉันก็ทำไม่ได้  อย่าว่าแต่เป็นคนฉีดเลย แค่เห็นเข็มฉีดยาก็เสียวแล้ว ทำยังไงดีล่ะ กลับมาถึงบ้าน  อา! นึกออกแล้วไปหาอาแอ๋วดีกว่า อาแอ๋วคือเพื่อนบ้านเก่าแก่อดีตนางพยาบาลที่เกษียณอายุราชการมานานต้องฉีดได้แน่ ๆ เลยไปเคาะประตูเรียกหาพักใหญ่ เห็นแกเดินเอวเดี้ยงออกมา ถึงได้รู้ว่าตอนนี้อาแอ๋วป่วยเป็นโรคกระดูกทรุดเดินแทบไม่ไหว ถามว่าพอจะช่วยฉีดยาให้คุณยาย(แม่)ไหวมั้ย? “โอย…ไม่ไหวหรอกลูกยิ่งเป็นเข็มฉีดยารุ่นใหม่ยิ่งไม่รู้เรื่องเลย” จบกัน!  นึกถึงเพื่อนที่เคยเป็นพยาบาลอีกคนเดี๋ยวนี้เป็นผู้อำนวยการกองสาธารณสุขก็อยู่ถึงชัยภูมิ  ก สระอู… ตายแน่ แต่ไปทำหน้าซีดให้คุณยาย(แม่)เห็นไม่ได้ เมื่อคุณนายไม่ยอมฉีดยาเอง เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน

กระบอกฉีดยาคล้ายด้ามปากกา

ด้านบนมีสเกลบอกปริมาตร

                 คุณยาย(แม่)นอนรอเปิดพุงอยู่บนเตียงกำลังคลำหาตำแหน่งให้ฉีดตามรูปที่เขาให้มา ส่วนผู้เขียนต่อไปนี้ขอใช้คำว่า ผู้ฉีด จำได้ว่าครั้งแรกนั้น มือก็ไม่ได้ล้าง แอลกอฮอล์ก็ไม่ได้เช็ดหนำซ้ำยังลืมหมุนเลื่อนสเกลตัวเลขเข็มฉีดไปที่เลข 10 เพียงหมุนแคร็กเดียวเห็นตัวเลขปรากฎที่เลข 4 ก็ตกใจคิดว่าเลข 1 ก็คือ ฉีด 1 ครั้ง เลื่อนไปเลข 2 คือ ฉีดครั้งที่ 2 เลื่อนไปเลข 3 คือฉีดครั้งที่ 3 อย่างนี้เรื่อยไป ลืมที่เขาอธิบายมาหมด(ปัญญาอ่อนมั้ยล่ะ) แถมจับเข็มก็ไม่ถนัดทำไมมันใหญ่จัง ถึงนาทีสำคัญอันดับแรกจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าให้ดึงผิวหนังขึ้นแล้วจิ้มปลายเข็มลงไปในแนวดิ่งปรากฎว่าหนังท้องมันตึงดึงก็ไม่ได้และไม่แน่ใจว่าต้องจิ้มลึกแค่ไหนและไอ้แนวดิ่งนี่ไม่ถนัดเลย มือก็สั่นปลายเข็มเลยสะกิดเอาเนื้อคุณยาย(แม่)เลือดออกเลย ฮือ..ฮือ..ก็เลยต้องโดน 2 เด้ง จิ้มใหม่ครั้งที่สองมือก็ยังสั่น ปัญหาคือเดินยาไม่ได้เพราะมือไม้มันเกะกะ พอจัดระเบียบใหม่แล้วกดเดินยาได้ยินเสียงปากกาเลื่อนดัง แก๊ก! เฮ้..เข้าแล้วหลงดีใจรีบดึงเข็มออก มองดูตัวเลขบนปากกาปรากฎว่าอยู่ที่เดิม..ฮ่วย!..สรุปที่ฉีดไปก็มีแต่”ลม”ล่ะสิ เป็นอย่างนี้อยู่ 2 ครั้ง ดูแล้วก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิมไอ้ครั้นจะลองครั้งที่ 3 ก็กลัวคุณยาย(แม่) เจ็บ สงสาร เพราะดูท่าจะฉีดผิดวิธีซะแล้ว โชคดีเพื่อนพยาบาลโทรกลับแล้วจะรีบมาสอนให้วันพรุ่งนี้

                                                      ภาพที่เป็นตารางคือตำแหน่งที่ฉีดอินซูลิน                                                           

                  วิธีการฉีดอินซูลิน(ฉบับเพื่อนสอน) ก่อนอื่นอย่าลืมล้างมือให้สะอาด จับปากกาฉีดยาขึ้นแล้วเลื่อนตัวเลขไปประมาณ 1-2 ขีดเพื่อกดไล่อากาศแล้วเลื่อนอีกครั้งไปที่เลข 10 จากนั้นใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดบริเวณตำแหน่งที่จะฉีด ตั้งเข็มฉีดยาให้เอียงในระดับประมาณ 45 องศา ค่อย ๆ กดเข็มให้จมพอดีขอบปลายปากกาแล้วเดินยาจะมีเสียงดังแคร็ก ๆ ๆ….จนสิ้นเสียงสเกลตัวเลขจะเดินถอยหลังกลับมาอยูที่เลข 0 แสดงว่าอินซูลินเข้าไป 10 ยูนิตพอดี ทิ้งไว้ซักครู่จึงถอนเข็มออก ใช้แอลกอฮอล์เช็ดเบา ๆ อีกครั้ง พร้อมกับสาธิตภาคปฏิบัติให้ดู โห..ทำไมเพื่อนทำมันดูแสนง่ายอย่างงี้ เบามือมาก คุณยาย(แม่)ไม่รู้สึกเจ็บเลย เสร็จแล้วคุณพยาบาลเธอก็ซักประวัติคุณยาย(แม่)อย่างละเอียดตามวิสัยพยาบาลวิญญาณนักประวัติศาสตร์ คุณยาย(แม่)ต้องนั่งเลกเชอร์ตั้งแต่เบาหวานคืออะไร เลือดหนืดเป็นอย่างไร ฯลฯ อยู่ 2 ชั่วโมง ที่น้ำตาลไม่ลดเป็นเพราะเคลื่อนไหวร่างกายน้อยเกินไป พร้อมสอนท่าออกกำลังกายสำหรับคนเจ็บเข่า เจ็บหลัง โดยการแกว่งแขน ยืนเท้าเอวเขย่งปลายเท้าขึ้นลงค้างไว้ ยกขากระดกปลายเท้าค้างไว้ แต่ละท่าต้องไม่น้อยกว่าวันละ 20 นาที เช้าเย็น มิเช่นนั้นเส้นเอ็นยึดติดหมด ผ่านมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ตอนนี้ขอกลับมาใช้คำว่า ผู้เขียน และขอบอกว่าใช้เข็มปากกาพอคล่องบ้างแล้ว ไม่กลัวแล้ว บางวันฉีดเสร็จคุณยาย(แม่) ถามว่าฉีดเสร็จแล้วเหรอ ไม่เจ็บเลย เย้! 🙂  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2533 ที่ผ่านมาไปพบคุณหมอ ดูผลเลือดปรากฎว่า ค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอยู่ที่ 162 mg/dl ค่าน้ำตาลสะสมอยู่ที่ 8.8 คุณหมอก็พอใจในระดับหนึ่งแต่อย่างไรก็ยังต้องฉีดอินซูลินอยู่ค่ะ ส่วนคุณยาย(แม่)ต้องกำกับเรื่องอาหาร การออกกำลังกายโดยมีผู้เขียนเป็นหมอฉีดยาจำเป็นต่อไป

Advertisements

4 responses to this post.

  1. Mai kla cheed hai grandma!
    But hope granny get better
    Soon na ka 😀
    Miz u

    ตอบกลับ

  2. เยี่ยมจริง ๆ คุณหมอมือใหม่ ขอปรบมือให้นะคะ

    ตอบกลับ

  3. ยินดีกับคุณหมอมือใหม่ด้วยเช่นกันค่ะ ขอให้คุณยายมีสุขภาพแข็งแรงค่ะ
    ฝากคุณพี่เล่าเรื่องเจ้าปักด้วยค่ะ

    ตอบกลับ

  4. hope your mom get well soon naka

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: